ครีมกันแดด ยี่ห้อไหนดีที่สุด อัพเดตล่าสุดปี 2019

ครีมกันแดด ยี่ห้อไหนดี

จากการรวบรวมข้อมูลและทดสอบครีมกันแดดกว่า 8 ยี่ห้อที่มีวางขายทั่วไป เราเชื่อว่า ครีมกันแดด La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Anti-Shine SPF50+ เป็นตัวเลือกสำหรับทาหน้าที่ดีที่สุด

นอกจากจะมีค่า SPF ที่ปกป้องรังสี UVA และ UVB ได้สูงกว่าค่ามาตรฐานที่แนะนำแล้วมันยังมีผิวสัมผัสที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ La Roche-Posay Anthelios Anti-Shine SPF50+ ยังมีคุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อ ไม่ทิ้งคราบขาวหลังจากทา และไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนกับบางยี่ห้อ อีกทั้งยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและพาราเบนอีกด้วย

ไม่ใช่ทีมงาน roonnhaidee เท่านั้นที่แนะนำ ผู้รีวิวบนเว็บไซต์ Pantip แพทย์ผิวหนัง และเว็บไซต์รีวิวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายแห่งก็ลงความเห็นในทิศทางเดียวกัน แต่ไม่ว่าคุณจะใช้ครีมกันแดดยี่ห้อไหนก็ตาม เราคิดว่าการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันนั้นสำคัญที่สุด

OUR PICK La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Anti-Shine SPF50+

La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Anti-Shine SPF50+

ครีมกันแดดคุณภาพที่ครอบคลุมการใช้งานได้ครบถ้วน

ราคา 1,235 บาท (13 พ.ค. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

หากคุณไม่ชอบความเหนอะหนะในการทาครีมกันแดด เราคิดว่าคุณควรลองใช้ครีมกันแดดทาหน้าที่เน้นความบางเบาเป็นหลักที่ยังคงสามารถป้องกันแดดได้ดี ซึ่งเราเชื่อว่า เราคิดว่าคุณน่าจะลองเลือก Mizumi UV Water Serum อีกหนึ่งรุ่นที่เป็นที่นิยมอย่างมากบน Pantip และเว็บไซต์อื่น ๆ

ครีมกันแดด Mizumi หลอดสีฟ้าซึ่งมีน้ำหนักเบากว่า ซึมซับได้รวดเร็ว ไม่เหนียวหรือมันระหว่างวัน ด้วยราคาที่ถูกกว่าบรรดารุ่นคู่แข่งส่วนใหญ่ ทำให้หลายคนน่าจะหยิบมาใช้ได้ง่ายและบ่อยขึ้น และง่ายที่จะทำให้เป็นกิจวัตร แม้ว่ามันจะเป็นรุ่นที่ไม่กันน้ำก็ตาม

OUR PICK TOO Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++

Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดที่ดีที่สุดสำหรับคนเน้นความบางเบา

ราคา 485 บาท (13 พ.ค. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

Tips: เราแนะนำว่าหากคุณสนใจครีมกันแดดทั้งสองรุ่นนี้ คุณควรลองเช็คราคาบน Lazada เพื่อหาโปรโมชั่นพิเศษ เช่น LaRoche Posay Anthelios นี้มักจะมีของแถมเพิ่มมา ส่วน Mizumi มักมีโปรโมชั่นลด 50% หรือ 1 แถม 1



สารบัญ

  • ครีมกันแดดสำคัญอย่างไร
  • วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด
  • ทำไมเราถึงแนะนำ
  • ตัวเลือกอันดับสอง
  • ตัวเลือกอื่น

ครีมกันแดด Sunscreen สำคัญอย่างไร

ครีมกันแดด หรือ ซันสกรีน เป็นสารที่ช่วยปกป้องร่างกายของเราไม่ให้เกิดความเสียหายจากรังสีของดวงอาทิตย์ ซึ่งสามารถใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะมีผิวหนังชนิดไหนก็ตาม ข้อสำคัญคือการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังได้

รังอุลตร้าไวโอเล็ต (ultraviolet) เป็นอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์ โดยมันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ รังสี UVA และ UVB ซึ่งต่างก็เป็นรังสีก่อมะเร็ง

รีวิว ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด

รังสี UVA ส่งผลให้ผิวหนัง “แก่” ลงและทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ ดังจะเห็นได้จากผู้ที่ต้องทำงานกลางแดดเป็นเวลานานมักมีผิวที่ดูแก่ก่อนวัยเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ต้องเจอแสงแดดบ่อย ๆ รังสี UVA นั้นสามารถเคลื่อนที่ผ่านกระจกทั่วไปได้ นั่นหมายความว่าแม้คุณจะอยู่ในห้องนั่งเล่นหรือกำลังขับรถ คุณก็สามารถสัมผัสกับรังสี UVA ได้เช่นกัน ขณะที่รังสี UVB นั้นเกี่ยวข้องกับปัญหาผิวไหม้หรือซันเบิร์น (sunburn) โดยจะไม่สามารถเดินทางผ่านกระจกได้

ทั้งรังสี UVA และ UVB ต่างก็เป็นรังสีก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราจึงควรลงทุนซื้อครีมกันแดดที่มีคุณภาพเพื่อสุขภาพของเราในระยะยาว

แม้ว่าคุณอาจจะเคยได้ยินว่าผิวของคนเอเชียหรือคนที่มีผิวแทนนั้นสามารถทนแดดได้ดีกว่าผิวชนิดอื่น นั่นไม่ได้แปลว่ามันจะทำให้ปลอดภัยจากมะเร็งผิวหนังมากกว่าผิวชนิดอื่นแต่อย่างใด

นอกจากลดความเสี่ยงที่ว่านี้แล้ว ครีมกันแดดที่ดียังช่วยป้องกันการระคายเคืองจากแดด ผิวไหม้ และผลเสียต่อผิวจากแสงแดด ซึ่งรวมถึงริ้วรอย จุดด่างดำ กระ และผิวแห้ง จึงสามารถช่วยให้คุณมีผิวที่มีโทนสีเรียบเนียนสม่ำเสมอ

แต่นอกจากทาครีมกันแดดแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงที่แดดจ้าที่สุดของวันระหว่าง 11:00-16:00 น. หรืออาจเลือกใส่หมวกและเสื้อแขนยาวรวมถึงแว่นกันแดดในวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน


รีวิวแนะนำ


ครีมกันแดด : เทคนิคการเลือกซื้อ

การเลือกซื้อครีมกันแดดที่ใช้งานได้ดีนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด สมาคมแพทย์ผิวหนังของสหรัฐฯ (American Academy of Dermatology หรือ AAD) แนะนำว่าคุณควรจะมองหาครีมกันแดดที่กันรังสีได้ทั้ง UVA และ UVB หรือที่เขียนบนผลิตภัณฑ์ว่า “broad spectrum” ที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และมีคุณสมบัติกันน้ำ

ค่า SPF ที่ย่อมากจาก sun protection factor นั้นเป็นค่าที่บ่งบอกอัตราร้อยละที่ครีมกันแดดนั้นสามารถบล็อกรังสี UV ได้ เมื่อเทียบกับการไม่ทาอะไรเลย เช่น SPF 30 นั้นจะเท่ากับว่ามันสามารถยับยั้งรังสีจากแสงแดดได้ 30 เท่าเมื่อเทียบกับการไม่ทาอะไรเลย

กราฟเปรียบเทียบ ค่า SPF

AAD ระบุว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 นั้นสามารถป้องกันได้อย่างเพียงพอ โดยมันสามารถบล็อกรังสีจากดวงอาทิตย์ได้มากถึงราว 97% โดยครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่านี้ก็จะเพิ่มอัตราการป้องกันขึ้นเพียงเล็กน้อย

ส่วนวิธีใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้อง คือ ควรจะทาทุกบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดด เช่น ส่วนใบหูและหน้าเท้า โดยทาประมาณ 15-30 นาทีก่อนออกไปกลางแจ้ง แม้ว่าคุณจะใช้ครีมกันแดดชนิดที่กันน้ำ คุณควรทาครีมกันแดดใหม่อีกครั้งทุก ๆ 2 ชั่วโมง หรือหลังจากการว่ายน้ำหรือเหงื่อออกเพราะมันจะทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดลดลง

ที่สำคัญคือ คุณควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกครั้งที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง แม้ในวันที่ดูเหมือนไม่มีแดด เพราะรังสียูวียังสามารถเดินทางผ่านก้อนเมฆได้ราว 80% นอกจากนี้ควรตรวจดูอยู่เสมอว่าครีมกันแดดที่ใช้อยู่นั้นหมดอายุหรือยัง และไม่ควรเสี่ยงใช้งานหากมันมีสีหรือความข้นที่ผิดปกติไปจากเดิม


ทำไมเราถึงแนะนำ La Roche-Posay Anthelios Anti-Shine SPF50+

ครีมกันแดดสำหรับทาหน้า

จากการค้นคว้าข้อมูลและทดสอบครีมกันแดดกว่า 10 รุ่นของยี่ห้อที่มีวางขายทั่วไปในไทย เราคิดว่า La Roche-Posay Anthelios Anti-Shine SPF50+ เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งได้ด้านประสิทธิภาพ ความสะดวก และผิวสัมผัสในการใช้งาน แม้จะจัดว่ามีราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ย

หนึ่งในรีวิวที่เราเชื่อถือมากที่สุดจากการค้นคว้าข้อมูล คือ รีวิวบนยูทิวบ์โดย พ.ญ.อุษณีย์ จุลวุฒินันท์ แพทย์ผิวหนังและศัลยกรรมความงาม ที่ยกให้ Anthelios Anti-Shine เป็น 1 ใน 3 ครีมกันแดดที่ใช้งานแบบจริงจังได้ดีที่สุด

เช่นเดียวกับทีมงานของเรา ในรีวิวดังกล่าว พ.ญ.อุษณีย์ ยังระบุว่า Laroche Posay รุ่นนี้ยังมีความเหนียวน้อยที่สุด ตรงกับการทดสอบของเราที่พบว่ามันให้ความรู้สึกบางเบากว่าครีมกันแดดที่ปกป้องสูงส่วนใหญ่ อีกทั้งยังรักษาความแห้งทำให้หน้าไม่มันได้ยาวนาน และเป็นจุดเด่นที่ทำให้ทีมงานของเราลงคะแนนให้เป็นพิเศษ

ครีมกันแดด La Roche-Posay

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราแนะนำ La Roche-Posay Anti-Shine คือ มันไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซิลิโคน พาราเบน และน้ำหอม จึงทำให้มันไม่อุดตันและเป็นมิตรต่อผิวที่บอบบางหรือแพ้ง่าย อีกทั้งยังมีกลิ่นที่เบากว่ารุ่นอื่น ๆ

ครีมกันแดดของ La Roche-Posay รุ่นนี้เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และครอบคลุมการใช้งานแทบทุกชนิดในสภาพภูมิอากาศของไทย ด้วยระดับความป้องกันมาตรฐาน SPF 50+/PPD 31 โดยเป็นการป้องกันทั้งแบบ Chemical และ Physical ควบคู่กัน ที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้มากกว่ามาตรฐานที่แพทย์สหรัฐฯ แนะนำ

OUR PICK La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Anti-Shine SPF50+

La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Anti-Shine SPF50+

ครีมกันแดดคุณภาพที่ครอบคลุมการใช้งานได้ครบถ้วน

ราคา 1,235 บาท (13 พ.ค. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

Anthelios Anti-Shine มีคุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อที่ทำให้เนื้อครีมอยู่ทนนาน แต่ยังคงมีเนื้อครีมที่เรียบเนียนและเบาที่จะไม่เกิดคราบขาวในการทา เกลี่ยให้เรียบได้ง่าย ไม่ก่อปัญหาสำหรับคนที่ต้องใช้เครื่องสำอางหรือครีมอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย

เรายังชอบการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีหัวกดแทนการบีบหลอดตามปกติที่ทำให้ควบคุมปริมาณการใช้งานได้เสถียรมากขึ้น ไม่เลอะเทอะ ทำให้ง่ายต่อการหยิบใช้


Mizumi หลอดสีฟ้าสำหรับคนต้องการความบางเบา

ครีมกันแดด Mizumi ที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

หากคุณเพิ่งเริ่มใช้ครีมกันแดดและไม่ชอบความรู้สึกเหนอะหนะ ล้างออกยาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ชอบทาครีมกันแดด เราคิดว่าคุณควรพิจารณาซื้อครีมกันแดด Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++ ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยต่อโหวตสูงที่สุดบนเว็บไซต์ CosmeNet

ครีมกันแดดหลอดสีฟ้ารุ่นยอดนิยมของ Mizumi รุ่นนี้ เป็นที่พูดถึงในด้านความเบาและซีมซับได้รวดเร็ว ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นข้อดีอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานทุกวันจนติดเป็นนิสัย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวคุณมากกว่าการซื้อครีมกันแดดราคาแพงที่ไม่ค่อยได้ทา

ในส่วนของความบางเบานั้น ทีมงานของเราได้ทดลองใช้และพบว่า Mizumi นั้นมีเนื้อครีมคล้ายเจลที่แห้งอย่างรวดเร็วและให้ความรู้สึกเบากว่าครีมกันแดดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แถมยังให้ความรู้สึกล้างออกง่ายเมื่อหมดวัน

สำหรับคนที่ต้องการกันน้ำเพิ่มเข้ามาก็สามารถเลือกซื้อหลอดสีส้มได้เช่นกัน แต่เนื้อครีมนั้นก็จะหนักกว่ารุ่นหลอดสีฟ้านี้ และในการใช้งานจริง ถึงแม้มันจะกันน้ำก็ตาม เราคิดว่าคุณควรทาเพิ่มทุก ๆ 2 ชั่วโมงเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ครีมกันแดดที่แห้งเร็วและเบาบางส่วนใหญ่นั้นจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์  รวมทั้งหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก อาทิ Biore Aqua Fresh หรือ Eucerin บางรุ่น ซึ่งนั่นอาจทำให้มันไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้งหรือแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม อย่างไรก็ตาม Mizumi สามารถให้ความรู้สึกบางเบาได้โดยปราศจากแอลกอฮอล์ ซึ่งเราคิดว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญ

ข้อสำคัญของ Mizumi อีกอย่างหนึ่ง คือ มันเป็นครีมกันแดดชนิดที่เรียกว่า Physical หรือ Non-Chemical sunscreen กล่าวคือ มันเป็นครีมกันแดดที่ที่ทำงานโดยไม่ต้องอาศัยการซึมเข้าสู่ผิว แต่เป็นการนำสารต้านแดดมาเคลือบผิวเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสัมผัสกับรังสี UV โดยตรง ต่างจากครีมกันแดดส่วนใหญ่ที่เป็นชนิด Chemicial ซึ่งจะใช้สารต่างที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยดูดซับรังสี UV ในผิวของคุณ ซึ่งนั่นอาจทำให้มันเหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามมันอาจให้การปกป้องได้น้อยกว่า La Roche-Posay Anthlios ที่เป็นทั้ง Physical และ Chemical sunscreen

OUR PICK TOO Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++

Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดที่ดีที่สุดสำหรับคนเน้นความบางเบา

ราคา 485 บาท (13 พ.ค. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

ถึงแม้ Mizumi จะมีราคาต่อหลอดถูกกว่า La Roche-Posay Anthelios Anti-Shine อยู่พอสมควร แต่ว่าปริมาณต่อ 1 แต่ละหลอดนั้นมีน้อยกว่า และเรารู้สึกว่าต้องใช้ปริมาณมากกว่าในแต่ละครั้ง นั่นทำให้ราคาที่ต้องจ่ายนั้นไม่ต่างกันมาก และยังถือว่าแพงกว่ายี่ห้อส่วนใหญ่อยู่พอสมควรหากซื้อโดยไม่มีส่วนลด

เมื่อเทียบกับ Anthelios Anti-Shine ที่เราแนะนำ Mizumi ยังถือว่ามีกลิ่นที่แรงกว่า (แต่บางคนกลับรู้สึกตรงกันข้าม) อีกทั้งตัวหลอดยังเป็นแบบธรรมดาไม่มีหัวปั๊มในตัว ซึ่งอาจทำให้เป็นคราบเลอะได้ง่ายเมื่อใช้ไปนาน ๆ แต่ก็ถือเป็นข้อเสียที่เล็กน้อยในความเห็นของเรา


ตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจ

Biore Aqua Fresh
หนึ่งในครีมกันแดดรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยราคาที่ประหยัดและเนื้อครีมที่เบาซึมซับได้รวดเร็ว เดิมทีเราตั้งใจจะเลือกแนะนำ Biore Aqua Fresh ให้เป็นตัวเลือกสำหรับความบางเบา เพียงแต่มันมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จึงทำให้เป็นรอง Mizumi ในจุดนี้ แต่หากคุณรับข้อด้อยในจุดนี้ได้ เราคิดว่าครีมกันแดดที่มีเนื้อเจลให้เลือกหลากหลายนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

Eucerin Sun Dry Touch Acne Control SPF 50+ PA+++
มีราคาค่อนข้างสูงใกล้เคียงกับ LaRoche Posay Anthelios XL ที่เราแนะนำ แต่มันให้ความรู้สึกบางและเบากว่าโดยยังให้การปกป้องที่ดีและสีที่เรียบเนียน อย่างไรก็ตาม มันมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จึงทำให้เราคิดว่าสองรุ่นที่เราแนะนำน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่

Anessa Essence UV Sunscreen Aqua Booster
ครีมกันแดดอีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนพูดถึงทั้งสีเงินและสีทอง แม้ว่า Anessa จะโฆษณาโดยเน้นเรื่องความบางเบา เราพบว่าผู้ใช้งานหลายคนบอกว่ามันรู้สึกหนักและทำให้หน้ามัน นอกจากนี้เรายังพบว่ามันล้างออกยากกว่า Mizumi และ Biore Aqua Fresh รวมถึงมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในราคาที่แพงกว่าอีกด้วย


 

กลับขึ้นด้านบน