ไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดี รีวิวเปรียบเทียบ 10 รุ่น

ไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดีที่สุด จากการทดสอบ ไหมขัดฟันหรือ dental floss หลายยี่ห้อทุกวันเป็นเวลารวมกว่า 2 สัปดาห์ เราได้ข้อสรุปว่า ไหมขัดฟันแต่ละรุ่นนั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

เราจึงคิดว่าการเลือกซื้อไหมขัดฟันที่เราแนะนำนั้น อาจไม่สำคัญเท่ากับการใช้ไหมขัดฟันอย่างมีวินัย

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำอยู่แล้ว เราเชื่อว่า ไหมขัดฟัน Sparkle White Dental Floss เป็นรุ่นที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงคุณภาพที่ต่างจากไหมขัดฟันส่วนใหญ่

Sparkle White เป็นไหมขัดฟันชนิดเส้นไหมที่ทีมงานของเราชอบที่สุดในการใช้งานจริง ทั้งขนาดและความนุ่มของเส้นไหม ผิวสัมผัส ความสะดวกในการหยิบจับก่อน-หลังใช้งาน ไปจนถึงกลิ่นมิ้นท์ของแว็กซ์

สำหรับคนชอบไหมขัดฟันชนิดเทป ซึ่งมีเส้นที่แบน บาง และกว้างกว่า เราคิดว่า Oral-B Glide Pro-Health รุ่นตลับสีเงิน เป็นตัวเลือกที่ดีและใช้งานได้ลื่นไหลที่สุดในทุกรุ่นที่เราทดสอบ แถมกลิ่นมิ้นท์ที่เย็นกว่า

ถึงแม้การเปลี่ยนมาใช้ Oral-B Glide จะทำให้คุณมาค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 50-70% เมื่อเทียบกับการใช้ไหมขัดฟันรุ่นทั่วไป แต่นั่นก็นับเป็นเงินประมาณ 100-300 บาท เท่านั้น สำหรับการใช้งานทุกวันเป็นเวลา 1 ปี (อ่านต่อด้านล่าง)


สารบัญ


ประโยชน์ของไหมขัดฟัน

คุณอาจเคยได้ยินถึงคำกล่าวที่ว่า การใช้ไหมขัดฟันทุกวัน สามารถยืดอายุของคนเราได้ 4-5 ปี แต่ในความเป็นจริงนั้น เรายังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มายืนยันประโยชน์ของการใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำได้อย่างแน่ชัด

อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดซอกฟัน เป็นสิ่งที่องค์การสาธารณสุขและในหลายประเทศให้ประชาชนทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันโรคเหงือก

ทันตแพทย์ทั่วโลกแนะนำว่าการใช้ไหมขัดฟันสามารถช่วยขจัดคราบพลัค (plaque) ระหว่างซอกฟัน ลดความเสี่ยงของโรคเหงือกอักเสบ และป้องกันฟันผุได้

นอกจากนี้ คนที่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกคน น่าจะบอกเป็นสียงเดียวกันว่า การแปรงฟันอย่างเดียวนั้นไม่สะอาดพอ และการใช้ไหมหรือแปรงซอกฟันยังมีช่วยลดกลิ่นปากที่เกิดจากเศษอาหารติดตามร่องเหงือกได้อีกด้วย

สมาคมทันตแพทย์จากสหรัฐอเมริกา หรือ American Dental Association เริ่มแนะนำให้ประชาชนใช้ไหมขัดฟันตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 หลังจากที่มันถูกคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกโดยหมอฟันชาวอเมริกันเมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อนหน้านั้น

อย่างไรก็ตาม รายงานของสำนักข่าว AP ระบุว่า เรายังไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่จะพิสูจน์ประโยชน์ของการใช้ไหมขัดฟันได้ และในทางกลับกัน การใช้ไหมขัดฟันอย่างไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดอันตรายต่อเหงือกหรือถึงขั้นทำให้แบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย

แต่ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อชั้นนำหลายแห่ง ทันตแพทย์และนักวิจัยหลายคนยังมีความเห็นตรงกันว่า การทำความระหว่างซอกฟันนั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของคุณ

สมาคมทันตแพทย์ในหลายประเทศ รวมทั้งของออสเตรเลีย อาร์เจนตินา และอังกฤษ ยังคงแนะนำให้ประชาชนใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ


ไหมขัดฟันแบบไหนดี

เปรียบเทียบ dental floss

เราเชื่อว่าไหมขัดฟันที่ดี ควรจะใช้งานได้นุ่มนวลโดยไม่ขาดและไม่เป็นขุย นอกจากนี้ตัวเส้นไหมควรจะมีความนุ่มที่พอเหมาะ ไม่บาดเหงือกจนเกินไป แต่ยังคงสามารถเคลื่อนเข้าออกซอกฟันได้อย่างลื่นไหล

ในการทดสอบครั้งนี้ เราให้ความสำคัญกับความรู้สึกระหว่างการใช้งานเป็นหลัก ตามมาด้วยความถนัดในการใช้งานทั้งก่อนและหลัง ซึ่งนั่นรวมถึงลักษณะของตลับไหมขัดฟันและผิวสัมผัสของเส้นไหม


วิธีใช้ไหมขัดฟัน

ในส่วนของความยาวของไหมขัดฟันในการใช้แต่ละครั้ง ข้อมูลจาก National Health Service (NHS) ของอังกฤษระบุว่าคุณควรใช้แนะนำวิธีใช้ไหมขัดฟันไว้ดังนี้

  1. ใช้ไหมขัดฟันยาวครั้งละประมาณ 45 เซนติเมตร
  2. พันไหมขัดฟันเข้ากับนิ้วกลางทั้งสองข้างให้แน่นพอประมาณ
  3. ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งช่วยในการขยับไหมขึ้นลง
  4. ทำการขัดเข้าออกระหว่างร่องฟัน 8-10 ครั้งต่อหนึ่งร่องฟัน

ขณะที่บริษัทผู้ผลิตไหมขัดฟันแนะนำต่างกันไป เช่น Oral-B แนะนำให้ใช้ราว 40 เซนติเมตร และ Dentiste แนะนำให้ใช้ 45 เซนติเมตร ส่วน Colgate แนะนำให้ใช้ 50 cm


ค่าใช้จ่าย

ถ้าคุณใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้งทุกวัน ครั้งละ 45 cm ในหนึ่งปีคุณจะใช้ไหมขัดฟันรวมเป็นความยาว 164.25 เมตร

หากคุณใช้ไหมทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ไหมขัดฟันหนึ่งตลับสามารถใช้งานได้ถึง 3-4 เดือน ขณะที่คุณต้องเสียไหมขัดฟันแบบมีด้ามจับพลาสติกไปถึง 90-120 ชิ้น หรือประมาณ 80-200 บาท

ถึงแม้ความแตกต่างอาจไม่มากนัก ทีมงานของเราสนับสนุนให้ใช้ไหมขัดฟันแบบตลับมากกว่าแบบมีด้ามจับ เพราะมันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

นอกจากนี้ เมื่อคุณใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว การใช้นิ้วบังคับไหมขัดฟันจะทำให้คุณขัดฟันได้เร็วและทั่วถึงกว่าแบบด้ามจับอีกด้วย

*ราคาหน่วยบาท ข้อมูลจากร้าน วัตสัน และบูทส์
รุ่น  ความยาว  ราคา ราคาต่อเมตร  ราคาต่อปี
Oral-B Satin Floss 50 199 4 657.00
Oral-B Glide 40 129 3.2 525.60
Dentiste Premium 40 115 2.9 476.33
Colgate Total 25 69. 2.76 453.33
Oral-B Essential 50 119 2.38 390.92
Sparkle White 50 70 2.3 377.78
Dentiste Plus White 50 99 2 328.50

 


ไหมขัดฟัน Sparkle White Dental Floss

ไหมขัดฟันที่ดีที่สุด

Sparkle White Dental Floss เป็นไหมขัดฟันเพียงรุ่นเดียวในทั้งหมดที่เราทดสอบที่อ้างว่ามีเส้นไหมที่ “ขยายตัวได้” ซึ่งในตอนแรกเราคิดว่ามันน่าจะเป็นภาษาการตลาด และถึงแม้จะทำได้ตามรูปจริงก็ไม่น่าจะมีส่วนช่วยในการใช้งานมากนัก

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ทดสอบการใช้งาน เราพบว่าไหมขัดฟันของ Sparkle White นั้นและขยายตัวออกแบบเส้นใยจริง แต่ยังคงรักษาทรง ไม่มีเส้นหรือขุยหลุดออกมา นอกจากนี้ เรายังพบว่ามันมีเส้นไหมที่นุ่มกว่ารุ่นอื่น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการสานตัวของเส้นใยนี้ และนั่นช่วยให้เราใช้งานได้โดยไม่รู้สึกบาดเหงือก

เส้นไหมของ Sparkle White Dental Floss

นอกจากนี้ ส่วนเส้นใยที่ฟูขึ้นนั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับไหมขัดฟันสำหรับคนจัดฟัน ที่มีขนาดเส็นใหญ่กว่าปกติ (คล้ายกับ Oral-B Super Floss ที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่า)

ส่วนที่ฟูขึ้นเป็นช่อง ๆ นี้ Sparkle ยังอ้างว่าทำให้มันสามารถขยายตัวได้ตามขนาดของช่องว่างระหว่างฟันและทำให้กวาดคราบสกปรกได้ดีขึ้นอีกด้วย

ในส่วนของกลิ่น ถึงแม้จะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน เราชอบกลิ่น Spearmint จากแว็กซ์ที่เคลือบของ Sparkle White รุ่นนี้ เพราะมันให้กลิ่นที่คล้ายกับยาอม spearmint ทั่วไป ไม่เหมือนกับกลิ่นมิ้นท์ของไหมขัดฟันส่วนใหญ่ที่มีกลิ่นมิ้นท์ซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายกลิ่นยางหรือคลินิกหมอฟันมากกว่า


ไหมขัดฟัน Oral-B Glide Pro-Health

หากคุณมีฟันบางซี่ที่ชิดแน่นติดกัน เราคิดว่าคุณน่าจะลองใช้ไหมขัดฟันชนิดเทปที่เข้าถึงซอกฟันแคบ ๆ ได้ดีกว่า โดยทีมงานของเราเชื่อว่า Oral-B Glide Pro-Health เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Oral-B Glide ตลับสีเงินรุ่นนี้ เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และมีจุดเด่นอยู่ที่ความบางและคงทนของเส้นไหม ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่กล่าวในรีวิวบนเว็บไซต์ว่าสามารถใช้งานได้โดยไม่ฉีกขาด และเมื่อฉีกขาดในบางครั้งก็ไม่มีขุยหรือเศษเส้นใยติดตามซอกฟัน

ถึงแม้ทีมงานของเราจะรู้สึกว่ามันบางไปเล็กน้อย แต่ด้วยความนิ่มของเทปนั้นยังสามารถทำให้เราไม่รู้สึกว่ามันบาดเหงือกมากนัก ขณะที่หนึ่งในทีมงานของเรากล่าวว่าชอบไหมขัดแบบเทปของ Oral-B มากกว่า Sparkle White เพราะความถนัดในการบังคับทิศทาง

รีวิว ไหมขัดฟัน

นั่นเป็นเพราะ ถึงแม้มันจะเป็นไหมขัดฟันที่ผ่านการเคลือบแว็กซ์มา มันกลับมีผิวสัมผัสที่ค่อนข้างด้านกว่ารุ่นอื่น ๆ นั่นทำให้หยิบจับได้ถนัดมือและควบคุมได้ดี รวมถึงให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเวลามันสัมผัสกับร่องเหงือก

อย่างไรก็ตาม เราพบว่า บางครั้งหากนิ้วของคุณเปียกก่อนเริ่มใช้งาน มันทำให้ไหมขัดฟันลื่นกว่าเดิมมาก และควบคุมได้ลำบากกว่าเดิม

นอกจากนี้ เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะชอบกลิ่นและความเย็นของมิ้นท์ที่ชัดเจนกว่ารุ่นอื่น ๆ อีกด้วย


ตัวเลือกอื่น ๆ

Colgate Total

ไหมขัดฟันของคอลเกทมีราคาถูกที่สุดในรุ่นที่เราทดสอบ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันมีความยาวเพียง 25 เมตร ต่อตลับ และเมื่อเปรียบเทียบความยาวแล้ว มันถือว่ามีราคาต่อเมตรสูงกว่าหลายรุ่น เรารู้สึกว่ามันใช้งานได้ไม่ต่างจากรุ่นส่วนใหญ่นัก

แต่สิ่งที่เราไม่ชอบเกี่ยวกับรุ่นนี้ คือ ก้นตลับที่มีช่องโหว่ ซึ่งทำให้เรากังวลว่าอาจทำให้สิ่งสกปรก หรือน้ำกระเด็นเข้าไปสัมผัสกับเส้นไหม

Dentiste Premium

มีความแตกเป็นเส้น ๆ ซึ่งเราเข้าใจว่ามันน่าจะถูกออกแบบมาให้กวาดคราบเศษอาหารได้ดีขึ้น แต่เรากลับรู้สึกว่ามันทำให้ใช้งานไม่ลำบาก และส่วนที่ใช้แล้วจะแตกออกเป็นเส้นอย่างชัดเจน ทำให้เรารู้สึกไม่อยากจับโดนส่วนนั้นระหว่างการใช้งาน

อกจากนี้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องไม่สำคัญนัก แต่ดีไซน์ของตลับที่เอนไปด้านหลังเล็กน้อยทำให้มันตั้งแนวตรงได้ยากกว่ารุ่นอื่น ๆ

Dentiste Plus White

ถึงแม้จะผลิตโดยบริษัทในประเทศจีนแห่งเดียวกับ Sparkle ที่เราแนะนำ แต่ Dentiste Plus White นั้นมีลักษณะเส้นไหมที่ต่างออกไป คือ เส้นเล็ก ซึ่งทีมงานของเรารู้สึกว่ามันบาดเหงือกกว่ารุ่นที่เราแนะนำ

Oral-B Essential

ไหมขัดฟันรุ่นมาตรฐานที่มีวางขายแทบทุกร้านของ Oral-B สามารถใช้งานได้เช่นกัน แต่มันยังให้ความรู้สึกไม่สบายในการใช้งานเท่ากับสองรุ่นที่เราแนะนำ

เช่นเดียวกับ Oral-B Satin Floss (ตลับละ 199 บาท) ที่เรารู้สึกว่ามีการเคลือบ Wax มากกว่ารุ่น Essential และให้ผิวสัมผัสด้าน ๆ ที่นิ้วเวลาใช้และทำให้จับได้ถนัด แต่เรายังรู้สึกว่าเส้นไหมนั้นบางเกินไปทำให้ไม่นุ่มนวลเท่ากับ Sparkle White และ Oral-B Glide Pro-health ที่เราแนะนำ