กล้องวงจรปิด ยี่ห้อไหนดี วิธีเลือกซื้อต้องดูอะไรบ้าง

กล้องวงจรปิด ยี่ห้อไหนดี วิธีเลือกซื้อเบื้องต้น

กล้องวงจรปิด กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ในยุคที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้การติดตั้งง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เช่น สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ดูผ่านแอปพลิเคชั่นได้

ในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ความทนทาน ความเสถียรในการใช้งาน ตามมาด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ที่อาจแตกต่างไปตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น การตรวจจับความเคลื่อนไหว ไปจนถึงระบบตรวจจับใบหน้า ซึ่งเริ่มใช้กันมากขึ้นในองค์กรขนาดใหญ่ สำหรับการใช้งานทั่วไปตามบ้าน ทีมงานรุ่นไหนดี มีคำแนะนำง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ดังนี้

หมายเหตุ: เราคิดว่าคุณควรระมัดระวังในการซื้อกล้องวงจรปิดราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน และควรมองหายี่ห้อที่น่าเชื่อถือและมีศูนย์บริการหรือการรับประกันในประเทศไทย เช่น Hikvision และ Watashi หรือ HiLook ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของ Hikvision รวมถึงสอบถามกับร้านให้แน่ใจเรื่องการรับประกันเพื่อความคุ้มค่าและสบายใจในระยะยาว


กล้องวงจรปิด “ในบ้าน” หรือ “นอกบ้าน”

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกๆ ในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด คือ ต้องถามตัวเองว่าต้องการใช้งานภายในบ้านหรือนอกบ้าน เพราะกล้องวงจรปิดทั้งสองชนิดนั้นมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในด้านความทนทาน ซึ่งกล้องวงจรปิดที่วางขายมักจะระบุไว้ชัดเจนว่าเหมาะจะใช้นอกบ้านหรือในบ้าน

สำหรับการใช้งานภายในอาคารหรือที่พักอาศัย คุณจะมีตัวเลือกมากกว่าในการเลือกซื้อ ทั้งในด้านรูปแบบและดีไซน์ที่มักสวยงามกว่า ขณะที่กล้องวงจรปิดสำหรับใช้งานภายนอกมักมีขนาดที่ใหญ่และผลิตจากวัสดุที่ทนทานกว่าเพื่อต้านทานฝน ลม ความชื้น และแสงแดด ซึ่งสามารถดูระดับความทนทานได้จากตัวเลขมาตรฐาน IP-Rated ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง


CCTV กับ IP Camera ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันเรามักเรียกกล้องวงจรกันติดปากว่า “ซีซีทีวี” (CCTV) หรือ “ไอพี คาเมร่า” (IP Cameras) แต่จริงๆ แล้ว กล้องทั้ง 2 ชนิดยอดนิยมนี้ มีระบบการทำงานที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีข้อดีข้อเสียเฉพาะตัวที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ

กล้องแบบอนาล็อกถูกใช้งานในการบันทึกสอดส่องมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ก่อนที่อุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดจะเริ่มเปลี่ยนผ่านจาก CCTV มาสู่กล้องแบบเน็ตเวิร์ค IP Camera แม้ว่า CCTV ยังคงเป็นที่แพร่หลายในการใช้งานหลายประเภทก็ตาม

CCTV ที่ย่อมาจาก closed-circuit television เป็นระบบวงจรปิดที่ต้องใช้สายโคแอ็กซ์เชียล (Coaxial Cable) ในการเชื่อมต่อ ขณะที่กล้อง IP นั้นสามารถเชื่อมต่อผ่านสาย LAN มาตรฐาน เช่น Cat 5e หรือ Cat 6 ได้ นอกจากนี้เมื่อใช้กับ สวิทช์ PoE กล้อง IP สามารถเดินสายได้ด้วยสายไฟเพียงสายเดียว ทำให้สะดวกกว่าในการวางระบบ


ราคาของกล้องวงจรปิด

สมัยก่อนนั้นกล้องระบบ CCTV มีราคาถูกกว่าระบบของ IP Cameras มาก แต่ปัจจุบันราคาของ IP Cameras ได้ลดลงอย่างมากจนถูกกว่า CCTV ระบบส่วนใหญ่ ซึ่งส่วนหลักเป็นเพราะมันสามารถวางระบบได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินสายเหมือน CCTV อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมีระบบเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย

ข้อดีอีกอย่างของ IP Camera คือ มันมักมาพร้อมกับความละเอียดที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกล้อง CCTV ในราคาใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังสามารถซูมเข้าออกแบบดิจิตัลได้ ทำให้สามารถใช้จับภาพในบริเวณกว้างขึ้น และลดจำนวนกล้องที่จำเป็นต้องใช้ลงไปได้

เราคิดว่าโดยรวมแล้ว IP Camera ในปัจจุบันน่าจะตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ที่ต้องการกล้องไว้ใช้บันทึกภาพและสอดส่องบริเวณที่พักอาศัยหรือธุรกิจขนาดเล็กได้ดีกว่า CCTV


ความละเอียดของภาพ

แน่นอนว่ากล้องวงจรปิดจะไม่มีความหมายใดๆ หากภาพที่บันทึกได้ไม่คมชัดพอสำหรับการใช้งาน หากคุณต้องการกล้องวงจรปิดที่สามารถระบุบุคคคลได้ เราคิดว่าควรเลือกกล้องที่มีความละเอียด 960P – 1080P หรือ 700TVL – 1000TVL

ความละเอียดที่มากขึ้น ยังหมายถึงความสามารถในการซูมภาพบันทึก ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถหรือรูปพรรณสันฐานของบุคคล อย่างไรก็ตาม ความละเอียดของภาพที่สูงราคาของกล้องก็จะสูงตามไปด้วย อีกทั้งตำแหน่งของการวางกล้องวงจรปิดก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ใช้ประโยชน์จากการบันทึกภาพได้สูงสุด

นอกจากความละเอียดแล้ว คุณควรพิจารณา ค่า LUX ซึ่งบ่งบอกความสามารถในการรับแสงที่ต่ำ สำหรับการจับภาพในที่มืด เช่น 0.5 , 1 , 2 LUX ซึ่งตัวเลขยิ่งตัวเลขต่ำยิ่งทำงานในที่ที่มีแสงน้อยได้ดี


ไร้สายหรือมีสายดีกว่ากัน ?

หากคุณต้องการความสะดวกในการติดตั้งและความยืดหยุ่นในการใช้งาน คุณควรเลือกติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบไร้สาย ซึ่งปัจจุบันมีกล้องวงจรปิดไร้สายแบบมีแบตเตอรี่ในตัว โดยบางยี่ห้อระบุว่าสามารถใช้งานได้ถึง 2-5 เดือนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสามารถติดตั้งได้ง่ายๆ เพียงแค่ ดาวน์โหลดแอป สแกน QR Code ที่ตัวกล้อง และเริ่มสตรีมวิดีโอแบบสดๆ ได้ทันที ซึ่งอาจเหมาะสำหรับคนที่ต้องการกล้องไว้ดูสัตว์เลี้ยงหรือเด็กตามคอนโด

แต่หากคุณต้องการความเสถียรในการเชื่อมต่อและการใช้งานแบบจริงจัง เราคิดว่าคุณควรเลือกกล้อง IP Camera ชนิดเดินสายแบบ Wired PoE เพราะถึงแม้มันจะเคลื่อนย้ายได้ลำบาก แต่การเชื่อมต่อผ่านสาย LAN นั้นทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาสัญญาณ Wi-Fi ขาดหาย หรือติดๆ ดับๆ เมื่อเกิดฝนตกเป็นต้น


ฟังก์ชั่นเสริมของ กล้องวงจรปิด จำเป็นไหม ?

ไม่ใช่ว่ากล้องวงจรปิดราคาเท่ากันจะมีฟังก์ชั่นเสริมเหมือนกัน ดังนั้นก่อนซื้อต้องรู้ด้วยว่ากล้องมีฟังก์ชั่นอะไรมาให้บ้าง บางฟังก์ชั่นจำเป็นต่อการใช้งานของเรา แต่สำหรับคนอื่นอาจจะไม่จำเป็น เป็นต้นว่า

กล้องรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเสริมที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ฟังก์ชั่นยิ่งมากยิ่งทำให้มีราคาสูงขึ้น ดังนั้น คุณควรพิจารณาว่าฟังก์ชั่นไหนจำเป็นบ้าง

สำหรับผู้ที่ใช้งานในที่พักอาศัยเป็นหลัก เราคิดว่าคุณควรเลือกกล้องที่มีฟังก์ชั่นเสริม เช่น การหมุนกล้องตามวัตถุเคลื่อนไหว ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนผู้บุกรุกผ่าน และฟังก์ชั่นดูวิดีโอสดออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณสามารถติดตามสถานการณ์ในบ้านได้ครบถ้วน

หากคุณต้องใช้กล้องเพื่อบันทึกภาพในร้านค้าหรือโกดังเก็บของ คุณอาจลงทุนซื้อกล้องที่มีระบบไฟอินฟราเรด ที่มีระยะเหมาะสม เพื่อบันทึกภาพในยามดึก ซึ่งอาจไม่จำเป็นสำหรับคนที่ต้องการติดกล้องไว้ดูเด็กอ่อนหรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน


ติดตั้งเองหรือจ้างช่าง ?

คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบกล้องวงจรปิดที่คุณต้องการใช้งาน

หากคุณต้องการติดตั้งกล้องจรปิดมากกว่า 1-2 ตัวขึ้นไป คุณมักจะต้องซื้อกล้องที่มาพร้อมกับกล่องระบบที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกล่องต่างๆ รวมถึงบันทึกวิดีโอในบางกรณี ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากในการติดตั้งด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในกรณีกล่องแบบมีสาย การจ้างช่างหรือบริษัทมาเดินสายจึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ก็ช่วยให้คุณสามารถเรียกช่างมาเข้ามาช่วยแก้ไขได้เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นภายหลัง

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการติดตั้งกล้องแบบไร้สายผ่าน Wi-Fi แบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องอาศัยการวางระบบ เช่น กล้องของ Logitech หรือ Google Nest การติดตั้งด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด ซึ่งเราคิดว่าไม่จำเป็นต้องเสียค่าบริการติดตั้ง


ยี่ห้อไหนดี : อยู่ที่การรับประกันและบริการหลังการขาย

กล้องวงจรปิดเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทำงานผิดปกติได้มาก โดยเฉพาะกล้องที่ใช้งานภายนอกอาคาร ดังนั้น นอกจากเลือกยี่ห้อและรุ่นที่มีคุณภาพและมาตรฐานรับรองแล้ว การเลือกกล้องที่มีการรับประกันและบริการหลังการขายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเราคิดว่าคุ้มค่ากว่าการซื้อกล้องประเภท OEM ที่มักมีปัญหาจุกจิกตามมาและมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น

เราคิดว่าคุณควรเลือกซื้อยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักและเชื่อถือได้ รวมทั้งซื้อจากร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าได้สินค้าของแท้และสามารถส่งซ่อมหรือเปลี่ยนคืนหากเกิดปัญหาหลังการขาย โดยยี่ห้อที่ได้รับความนิยมในไทยนั้นมาพร้อมกับการรับประกันในช่วงระยะที่ต่างกัน อาทิ Hikvision และ Watashi มีประกันศูนย์ไทย 3 ปี ขณะที่ HiLook มักจะมีประกันนาน 2 ปี


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *