ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับการใช้งานจริง

ซื้อไดร์เป่าผมรุ่นไหนดี

หลังจากการทดสอบและสอบถามผู้ใช้งานไดร์เป่าผมหลายรุ่น รวมถึงช่างทำผมและพนักงานขายหลายคน เราเชื่อว่า ไดร์เป่าผม Remington ProLuxe รุ่น AC-9140 ซึ่งมีประมีประสิทธิภาพเทียบเท่ารุ่นที่มีราคาแพงกว่าของอีกหลายยี่ห้อ เป็นไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ

Remington AC-9140 ที่ใช้กำลังไฟ 2,400 วัตต์รุ่นนี้ สามารถปรับความร้อนได้ 3 ระดับ และแรงลม 2 ระดับ มีปุ่มลมเย็นที่ไม่ต้องกดค้างขณะใช้งาน แถมยังมาพร้อมระบบมอเตอร์แบบ AC ที่มีอายุการใช้งานนานกว่ามอเตอร์ในไดร์เป่าผมรุ่นเล็กทั่วไป

มันมีความร้อนและความแรงสูงสุดที่เพียงพอในการใช้งาน ประกอบกับการออกแบบที่หยิบจับได้สะดวกมือ แถมยังมาพร้อมกับหัวเปลี่ยน 3 ชิ้น ซึ่งเราเชื่อว่าคุ้มค่ากว่ารุ่นอื่นที่มีราคาใกล้เคียงกัน


สารบัญ

  • การเป่าผมทำให้ผมเสียจริงหรือ ?
  • สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเลือกซื้อไดร์เป่าผม
  • วิธีเลือกซื้อไดร์เป่าผม
  • ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุด Remington AC-9140
  • รุ่นอัพเกรด Dyson Supersonic
  • ตัวเลือกอื่น (Panasonic/Philips)

การเป่าผม ทำให้ผมเสียจริงหรือ

คุณอาจเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่า เราไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมเพราะความร้อนจะทำให้ผมเสีย แต่ที่จริงแล้ว การเป่าผม หรือ ปล่อยให้ผมแห้ง อะไรทำให้ผมเสียมากกว่ากัน

สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือ ถึงแม้การใช้ลมร้อนเป่าใส่ผมเป็นเวลานานจะสร้างความเสียหายให้กับเส้นผมได้ แต่การปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาตินั้นก็สร้างความเสียหายต่อเส้นผมได้เช่นเดียวกัน และอาจรุนแรงกว่าด้วย ตามผลการศึกษาของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เมื่อปี 2011

นั่นเป็นเพราะเส้นผมของคุณจะบวมขึ้นเวลาผมเปียก และการปล่อยให้มันเปียกอยู่แบบนั้นเป็นเวลานานจะสร้างความเสียหายต่อโปรตีนบนเส้นผมได้ เช่นเดียวกับการเช็ดแห้งด้วยผ้าขนหนูเพียงอย่างเดียว

ในทางกลับกัน การเป่าผมที่ถูกวิธี อาจช่วยป้องกันการแตกหักของเส้นผมได้ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว คุณควรจะเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูก่อนเริ่มเป่าผม โดยใช้ไดร์ห่างจากศีรษะประมาณ 6 นิ้ว และเริ่มใช้ความร้อนสูงในช่วงแรก ก่อนจะปรับเป็นความร้อนระดับต่ำเมื่อผมเริ่มแห้งลง


สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเลือกซื้อไดร์เป่าผม

วิธีเลือกซื้ิไดร์เป่าผมที่ดีที่สุด

ไดร์เป่าผมทำงานอย่างไร? ไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ ประกอบด้วย คอยล์ร้อน (heating coils) และพัดลม ที่เป่าผลผ่านความร้อนออกมา โดยคอยล์ร้อนส่วนใหญ่นั้นผลิตจากแร่นิเกิลผสมกับโครเมี่ยม (Noichrome) เนื่องจากมันเป็นฉนวนไฟฟ้าและไม่ทำปฏิกิริยากำออกซิเจน ขณะที่บางรุ่นเลือกใช้วัสดุหลายส่วนที่ทำจากเซรามิค เพราะความสามารถในการนำความร้อนได้อย่างรวดเร็ว แต่นั้นไม่มีผลมากนักในการผลิตลมร้อน

ถึงแม้ไดร์เป่าผมในปัจจจุบันจะมาพร้อมฟังก์ชั่นมากมาย เช่น การปล่อยไอออน ที่หลายแบรนด์อ้างว่าช่วยลดไฟฟ้าสถิตและทำให้ผมอยู่ทรงได้ง่ายขึ้น แต่ในการใช้งานจริงนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่ามันไม่น่าจะผลแต่อย่างใด

ข้อมูลจาก UCSB Science Line ของมหาวิทยาลัย University of California, Santa Barbara ให้ความเห็นเรื่องนี้เอาไว้ว่า ถึงแม้ไอออนที่ไดร์เป่าผมปล่อยออกมาจะช่วยลดไฟฟ้าสถิตได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันแทบไม่แตกต่างจากการใช้ไดร์เป่าผมทั่วไป เพราะประจุไฟบนเส้นผมนั้นจะหายไปเองภายใน 2-3 นาทีอยู่แล้ว และการใช้เจลหรือเซรั่มบำรุงผมน่าจะช่วยเรื่องประจุไฟได้ดีกว่า

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนยังมองว่าประจุไอออนยังอาจส่งผลให้เส้นผมทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและทำให้ผมเปราะบางลงได้​​ อีกทั้งเครื่องกำเนิดไอออนยังก่อให้เกิดโอโซน ซึ่งส่งผลเสียต่อสภาพอากาศในที่พักอาศัยได้อีกด้วย


วิธีเลือกซื้อไดร์เป่าผม: เราพิจารณาอย่างไร

ไดร์เป่าผมแตกต่างกันอย่างไร

ความร้อนและความแรงของลม เป็นสองปัจจัยหลักที่บ่งบอกว่าไดร์เป่าผมนั้นเป่าผมได้แห้งเร็วแค่ไหน ความร้อนของไดร์เป่าผมมักจะขึ้นกับพลังไฟ (Watt) แต่ก็ไม่เสมอไป กล่าวคือไดร์เป่าผมที่ Watt น้อยบางรุ่นอาจทำความร้อนได้สูงกว่ารุ่นที่มี Watt มากก็ได้

นอกเหนือจากความร้อนและความแรงลมสองสิ่งนี้ เรายังคำนึงสิ่งอื่น ๆ เช่น วัสดุที่ใช้ ระยะเวลาการรับประกัน การออกแบบ และฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งาน ได้แก่:

  • การปรับระดับความร้อน นอกจากทำความร้อนสูงสุดได้ดีแล้ว ไดร์เป่าผมที่ดีต้องสามารถปรับความร้อนได้หลายระดับ เพราะมันจะช่วยให้คุณไม่ต้องใช้ลมร้อนสุดตลอดเวลา ซึ่งจะสร้างความต่อเส้นผมได้ นอกจากนี้ ไดร์เป่าผมที่ดีควรจะมีปุ่มลมเย็นไว้สำหรับใช้เมื่อผมแห้งแล้ว เพื่อรักษาทรงผมเอาไว้ให้อยู่ทรงได้นานขึ้น
  • ความแรงของลม ไดร์เป่าผมที่ดี ควรจะปรับแรงลมได้อย่างน้อย 2 ระดับ เพราะในความเป็นจริงคุณจะไม่สามารถใช้งานที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอดในการจัดแต่งทรงผม
  • ความยาวของสายไฟ ควรจะยาวพอให้คุณสามารถใช้งานในจุดที่ต้องการได้โดยไม่ตึงจนเกินไป (2-3 เมตร) เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณใช้งานได้สะดวกแล้ว การต่อปลั๊กพ่วงเพื่อใช้งานไดร์เป่าผมมักทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา
  • น้ำหนักและด้ามจับ สิ่งที่หลายคนลืมไปขณะลองทดสอบน้ำหนักของไดร์เป่าผม คือในการใช้งานจริง คุณอาจต้องถือไดร์เป่าผมในมุมสูง-ต่ำ สลับไปมาบ่อย ๆ ซึ่งน้ำหนักที่เบากว่านั้นจะช่วยให้คุณใช้งานได้สบายขึ้น ขณะที่ลักษณะของด้ามจับก็มีผลต่อความสบายในการหยิบจับด้วยเช่นกัน
  • หัวเปลี่ยน ไดร์เป่าผมที่ดีควรจะมาพร้อมกับหัวเปลี่ยนลมแบบต่าง ๆ ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย โดยเฉพาะหัวแบบ diffuser ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเป่าผมหยิก
  • เสียงและแรงสั่น ไดร์เป่าผมในปัจจุบันมีเสียงดังในระดับไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตาม บางรุ่นอาจมีเสียงแหลมที่น่ารำคาญกว่ารุ่นอื่น

ในส่วนของอายุการใช้งาน จากการสำรวจความเห็นของผู้ใช้งานทั่วไปบน Pantip เราพบว่าคนส่วนใหญ่ยังแนะนำไดร์เป่าผมของ Panasonic และ Remington เหนือยี่ห้ออื่น ๆ ด้วยเหตุผลหลัก คือ ความทนทานในการใช้งาน โดยหลายคนบอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมของสองยี่ห้อนี้มาเป็นเวลาหลายปีโดยไม่เกิดปัญหา ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ


ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุด Remington ProLuxe รุ่น AC-9140

ข้อเสียอย่างหนึ่งของไดร์เป่าผมรุ่นนี้ คือ สีขาวที่อาจเปื้อนเครื่องสำอางได้ง่าย

มีไดร์เป่าผมอีกหลายรุ่นที่มีฟังก์ชั่นใกล้เคียงหรือมากกว่า Remington ProLuxe AC-9140 แต่ด้วยราคา วัสดุที่ใช้ รวมถึงดีไซน์ของปุ่มกดต่าง ๆ ที่สะดวกต่อการใช้งานจริง เราคิดว่ามันถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ด้วยราคาประมาณ 3,200 บาท ไดร์เป่าผม Remington AC-9140 สีขาวมุกที่ใช้กำลังไฟ 2400 วัตต์รุ่นนี้สามารถปรับความร้อนได้ 3 ระดับ และปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ นอกจากนี้ มันยังมีปุ่มลมเย็นที่สามารถกดเปิดปิดได้ โดยไม่ต้องกดค้าง ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เราคิดว่าทำให้มันใช้งานได้สะดวกกว่าไดร์เป่าผมอีกหลายรุ่นที่มีราคาแพงกว่านี้

เรายังชอบดีไซน์ปุ่มปรับความร้อนและแรงลม เป็นสวิทช์ที่แยกออกจากกัน แต่ยังอยู่บริเวณที่นิ้วมือวางอยู่ขณะใช้งาน ทำให้เลือกปรับได้ง่ายด้วยการสัมผัสระหว่างใช้งานโดยไม่ต้องหันไปมองทุกครั้ง ต่างจากบางรุ่นของ Panasonic และ Philips ที่ปุ่มเป็นลักษณะเลื่อนชิดติดกัน ซึ่งทีมงานของเรารู้สึกว่าเลื่อนปรับได้ยาก

ไดร์เป่าผม Remington

ถึงแม้เราจะไม่สนใจในฟังก์ชั่นปล่อยไอออน (ตามคำอธิบายด้านบน) Remington AC-9140 นั้นมีฟังก์ชั่นที่ถูกตั้งชื่อว่า Pro+ Style Shot ซึ่งเป็นเหมือนปุ่มกดเปิดใช้งานลมร้อนพิเศษชั่วคราว ซึ่งในการทดสอบเราคิดว่าเป็นลูกเล่นเสริมที่อาจเหมาะกับคนที่ต้องการจัดลอนหรือเซ็ตผมให้อยู่ตัวนานขึ้นเป็นพิเศษ แต่การใช้ความร้อนสูงสุดตามปกติก็ใช้งานได้เช่นกัน

นอกจากราคาที่เป็นมิตรกว่าไดร์เป่าผมขนาดใหญ่สำหรับช่างทำผมมืออาชีพแล้ว AC-9140 ยังมาพร้อมกับหัวเปลี่ยน 3 ชิ้น ได้แก่ หัวเซ็ต 2 ชิ้น และหัวกระกระจายลม (diffuser) อีก 1 ชิ้น ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย ขณะที่สายไฟยาว 3 เมตรยังทำจากวัสดุที่แข็งแรงและยาวพอพอให้นำไปใช้ได้สะดวกในพื่นที่สำหรับคนส่วนใหญ่


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *