fbpx

ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับการใช้งานจริง

ซื้อไดร์เป่าผมรุ่นไหนดี

หลังจากการทดสอบและสอบถามผู้ใช้งานไดร์เป่าผมหลายรุ่น รวมถึงช่างทำผมและพนักงานขายหลายคน เราเชื่อว่า ไดร์เป่าผม Remington ProLuxe รุ่น AC-9140 ซึ่งมีประมีประสิทธิภาพเทียบเท่ารุ่นที่มีราคาแพงกว่าของอีกหลายยี่ห้อ เป็นไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

Remington ProLuxe AC-9140 ที่ใช้กำลังไฟ 2,400 วัตต์รุ่นนี้ เป็นไดร์เป่าผมที่สามารถเป่าผมได้สะดวก รวดเร็ว และทนทาน มันสามารถปรับความร้อนได้ 3 ระดับ และแรงลม 2 ระดับ มีปุ่มลมเย็นที่ไม่ต้องกดค้างขณะใช้งาน แถมยังมาพร้อมระบบมอเตอร์แบบ AC ที่มีอายุการใช้งานนานกว่ามอเตอร์ในไดร์เป่าผมรุ่นเล็กทั่วไป

มันมีความร้อนและความแรงสูงสุดที่มากพอในการใช้งาน ประกอบกับการออกแบบที่หยิบจับได้สะดวกมือ แถมยังมาพร้อมกับหัวเปลี่ยน 3 ชิ้น ซึ่งเราเชื่อว่าคุ้มค่ากว่ารุ่นอื่น ๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกันในระยะยาว

OUR PICK Remington ProLuxe AC-9140

Remington ProLuxe AC-9140

ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ราคา 3,280 บาท (11 ก.พ. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

แต่หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณ คุณอาจอัพเกรดเป็น ไดร์เป่าผม Dyson Supersonic ที่มีราคาแพงกว่าไดร์เป่าผมทั่วไป(มาก) และดีไซน์ที่ดูแปลกตา ซึ่งเราคิดว่าอาจถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคุณ

ถึงแม้การใช้งานไดร์เป่าผมของ Dyson จะไม่ได้ทำให้ผมของคุณแห้งเร็วหรืออยู่ทรงได้นานกว่าไดร์เป่าผมรุ่นอื่น ๆ แต่มันมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ลดการสั่นสะเทือนในการใช้งาน หัวเปลี่ยนที่ยึดด้วยแม่เหล็ก และน้ำหนักที่เบา ซึ่งทำให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างจากการเป่าผมทั่วไป

UPGRADE PICK Dyson Supersonic

Dyson Supersonic

ไดร์เป่าผมที่มีราคาสูง แต่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ต่างจากเดิม

ราคา 14,990 บาท (11 ก.พ. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

แชร์หรือเซฟไว้ก่อน :

สารบัญ

  • การเป่าผม ทำให้ผมเสียจริงหรือ
  • สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเลือกซื้อไดร์เป่าผม
  • วิธีเลือกซื้อไดร์เป่าผม: เราพิจารณาอย่างไร
  • ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุด Remington Silk Dryer รุ่น AC-9096
  • รุ่นอัพเกรด Dyson Supersonic
  • ตัวเลือกอื่น

การเป่าผม ทำให้ผมเสียจริงหรือ

คุณอาจเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่า เราไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมเพราะความร้อนจะทำให้ผมเสีย แต่ที่จริงแล้ว การเป่าผม หรือ ปล่อยให้ผมแห้ง อะไรทำให้ผมเสียมากกว่ากัน

สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือ ถึงแม้การใช้ลมร้อนเป่าใส่ผมเป็นเวลานานจะสร้างความเสียหายให้กับเส้นผมได้ แต่การปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาตินั้นก็สร้างความเสียหายต่อเส้นผมได้เช่นเดียวกัน และอาจรุนแรงกว่าด้วย ตามผลการศึกษาของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เมื่อปี 2011

นั่นเป็นเพราะเส้นผมของคุณจะบวมขึ้นเวลาผมเปียก และการปล่อยให้มันเปียกอยู่แบบนั้นเป็นเวลานานจะสร้างความเสียหายต่อโปรตีนบนเส้นผมได้ เช่นเดียวกับการเช็ดแห้งด้วยผ้าขนหนูเพียงอย่างเดียว

ในทางกลับกัน การเป่าผมที่ถูกวิธี อาจช่วยป้องกันการแตกหักของเส้นผมได้ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว คุณควรจะเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูก่อนเริ่มเป่าผม โดยใช้ไดร์ห่างจากศีรษะประมาณ 6 นิ้ว และเริ่มใช้ความร้อนสูงในช่วงแรก ก่อนจะปรับเป็นความร้อนระดับต่ำเมื่อผมเริ่มแห้งลง


สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเลือกซื้อไดร์เป่าผม

วิธีเลือกซื้ิไดร์เป่าผมที่ดีที่สุด

ไดร์เป่าผมทำงานอย่างไร? ไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ ประกอบด้วย คอยล์ร้อน (heating coils) และพัดลม ที่เป่าผลผ่านความร้อนออกมา โดยคอยล์ร้อนส่วนใหญ่นั้นผลิตจากแร่นิเกิลผสมกับโครเมี่ยม (Noichrome) เนื่องจากมันเป็นฉนวนไฟฟ้าและไม่ทำปฏิกิริยากำออกซิเจน ขณะที่บางรุ่นเลือกใช้วัสดุหลายส่วนที่ทำจากเซรามิค เพราะความสามารถในการนำความร้อนได้อย่างรวดเร็ว แต่นั้นไม่มีผลมากนักในการผลิตลมร้อน

ถึงแม้ไดร์เป่าผมในปัจจจุบันจะมาพร้อมฟังก์ชั่นมากมาย เช่น การปล่อยไอออน ที่หลายแบรนด์อ้างว่าช่วยลดไฟฟ้าสถิตและทำให้ผมอยู่ทรงได้ง่ายขึ้น แต่ในการใช้งานจริงนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่ามันไม่น่าจะผลแต่อย่างใด

ข้อมูลจาก UCSB Science Line ของมหาวิทยาลัย University of California, Santa Barbara ให้ความเห็นเรื่องนี้เอาไว้ว่า ถึงแม้ไอออนที่ไดร์เป่าผมปล่อยออกมาจะช่วยลดไฟฟ้าสถิตได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันแทบไม่แตกต่างจากการใช้ไดร์เป่าผมทั่วไป เพราะประจุไฟบนเส้นผมนั้นจะหายไปเองภายใน 2-3 นาทีอยู่แล้ว และการใช้เจลหรือเซรั่มบำรุงผมน่าจะช่วยเรื่องประจุไฟได้ดีกว่า

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนยังมองว่าประจุไอออนยังอาจส่งผลให้เส้นผมทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและทำให้ผมเปราะบางลงได้​​ อีกทั้งเครื่องกำเนิดไอออนยังก่อให้เกิดโอโซน ซึ่งส่งผลเสียต่อสภาพอากาศในที่พักอาศัยได้อีกด้วย


วิธีเลือกซื้อไดร์เป่าผม: เราพิจารณาอย่างไร

ไดร์เป่าผมแตกต่างกันอย่างไร

ความร้อนและความแรงของลม เป็นสองปัจจัยหลักที่บ่งบอกว่าไดร์เป่าผมนั้นเป่าผมได้แห้งเร็วแค่ไหน ความร้อนของไดร์เป่าผมมักจะขึ้นกับพลังไฟ (Watt) แต่ก็ไม่เสมอไป กล่าวคือไดร์เป่าผมที่ Watt น้อยบางรุ่นอาจทำความร้อนได้สูงกว่ารุ่นที่มี Watt มากก็ได้

นอกเหนือจากความร้อนและความแรงลมสองสิ่งนี้ เรายังคำนึงสิ่งอื่น ๆ เช่น วัสดุที่ใช้ ระยะเวลาการรับประกัน การออกแบบ และฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งาน ได้แก่:

  • การปรับระดับความร้อน นอกจากทำความร้อนสูงสุดได้ดีแล้ว ไดร์เป่าผมที่ดีต้องสามารถปรับความร้อนได้หลายระดับ เพราะมันจะช่วยให้คุณไม่ต้องใช้ลมร้อนสุดตลอดเวลา ซึ่งจะสร้างความต่อเส้นผมได้ นอกจากนี้ ไดร์เป่าผมที่ดีควรจะมีปุ่มลมเย็นไว้สำหรับใช้เมื่อผมแห้งแล้ว เพื่อรักษาทรงผมเอาไว้ให้อยู่ทรงได้นานขึ้น
  • ความแรงของลม ไดร์เป่าผมที่ดี ควรจะปรับแรงลมได้อย่างน้อย 2 ระดับ เพราะในความเป็นจริงคุณจะไม่สามารถใช้งานที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอดในการจัดแต่งทรงผม
  • ความยาวของสายไฟ ควรจะยาวพอให้คุณสามารถใช้งานในจุดที่ต้องการได้โดยไม่ตึงจนเกินไป (2-3 เมตร) เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณใช้งานได้สะดวกแล้ว การต่อปลั๊กพ่วงเพื่อใช้งานไดร์เป่าผมมักทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา
  • น้ำหนักและด้ามจับ สิ่งที่หลายคนลืมไปขณะลองทดสอบน้ำหนักของไดร์เป่าผม คือในการใช้งานจริง คุณอาจต้องถือไดร์เป่าผมในมุมสูง-ต่ำ สลับไปมาบ่อย ๆ ซึ่งน้ำหนักที่เบากว่านั้นจะช่วยให้คุณใช้งานได้สบายขึ้น ขณะที่ลักษณะของด้ามจับก็มีผลต่อความสบายในการหยิบจับด้วยเช่นกัน
  • หัวเปลี่ยน ไดร์เป่าผมที่ดีควรจะมาพร้อมกับหัวเปลี่ยนลมแบบต่าง ๆ ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย โดยเฉพาะหัวแบบ diffuser ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเป่าผมหยิก
  • เสียงและแรงสั่น ไดร์เป่าผมในปัจจุบันมีเสียงดังในระดับไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตาม บางรุ่นอาจมีเสียงแหลมที่น่ารำคาญกว่ารุ่นอื่น

ในส่วนของอายุการใช้งาน จากการสำรวจความเห็นของผู้ใช้งานทั่วไปบน Pantip เราพบว่าคนส่วนใหญ่ยังแนะนำไดร์เป่าผมของ Panasonic และ Remington เหนือยี่ห้ออื่น ๆ ด้วยเหตุผลหลัก คือ ความทนทานในการใช้งาน โดยหลายคนบอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมของสองยี่ห้อนี้มาเป็นเวลาหลายปีโดยไม่เกิดปัญหา ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ


ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุด Remington ProLuxe รุ่น AC-9140

ข้อเสียอย่างหนึ่งของไดร์เป่าผมรุ่นนี้ คือ สีขาวที่อาจเปื้อนเครื่องสำอางได้ง่าย

มีไดร์เป่าผมอีกหลายรุ่นที่มีฟังก์ชั่นใกล้เคียงหรือมากกว่า Remington ProLuxe AC-9140 แต่ด้วยราคา วัสดุที่ใช้ รวมถึงดีไซน์ของปุ่มกดต่าง ๆ ที่สะดวกต่อการใช้งานจริง เราคิดว่ามันถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ด้วยราคาประมาณ 3,200 บาท ไดร์เป่าผม Remington AC-9140 สีขาวมุกที่ใช้กำลังไฟ 2400 วัตต์รุ่นนี้สามารถปรับความร้อนได้ 3 ระดับ และปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ นอกจากนี้ มันยังมีปุ่มลมเย็นที่สามารถกดเปิดปิดได้ โดยไม่ต้องกดค้าง ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เราคิดว่าทำให้มันใช้งานได้สะดวกกว่าไดร์เป่าผมอีกหลายรุ่นที่มีราคาแพงกว่านี้

เรายังชอบดีไซน์ปุ่มปรับความร้อนและแรงลม เป็นสวิทช์ที่แยกออกจากกัน แต่ยังอยู่บริเวณที่นิ้วมือวางอยู่ขณะใช้งาน ทำให้เลือกปรับได้ง่ายด้วยการสัมผัสระหว่างใช้งานโดยไม่ต้องหันไปมองทุกครั้ง ต่างจากบางรุ่นของ Panasonic และ Philips ที่ปุ่มเป็นลักษณะเลื่อนชิดติดกัน ซึ่งทีมงานของเรารู้สึกว่าเลื่อนปรับได้ยาก

ไดร์เป่าผม Remington

ถึงแม้เราจะไม่สนใจในฟังก์ชั่นปล่อยไอออน (ตามคำอธิบายด้านบน) Remington AC-9140 นั้นมีฟังก์ชั่นที่ถูกตั้งชื่อว่า Pro+ Style Shot ซึ่งเป็นเหมือนปุ่มกดเปิดใช้งานลมร้อนพิเศษชั่วคราว ซึ่งในการทดสอบเราคิดว่าเป็นลูกเล่นเสริมที่อาจเหมาะกับคนที่ต้องการจัดลอนหรือเซ็ตผมให้อยู่ตัวนานขึ้นเป็นพิเศษ แต่การใช้ความร้อนสูงสุดตามปกติก็ใช้งานได้เช่นกัน

นอกจากราคาที่เป็นมิตรกว่าไดร์เป่าผมขนาดใหญ่สำหรับช่างทำผมมืออาชีพแล้ว AC-9140 ยังมาพร้อมกับหัวเปลี่ยน 3 ชิ้น ได้แก่ หัวเซ็ต 2 ชิ้น และหัวกระกระจายลม (diffuser) อีก 1 ชิ้น ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย ขณะที่สายไฟยาว 3 เมตรยังทำจากวัสดุที่แข็งแรงและยาวพอพอให้นำไปใช้ได้สะดวกในพื่นที่สำหรับคนส่วนใหญ่

OUR PICK Remington ProLuxe AC-9140

Remington ProLuxe AC-9140

ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ราคา 3,280 บาท (11 ก.พ. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่พบได้ในไดร์เป่าราคามากกว่า 2 พันบาทขึ้นไป คือ ความสามารถในการถอดตระแกรงกรองฝุ่นด้านหลังออกมาทำความสะอาดได้ ซึ่งนั่นจะช่วยขยายอายุการใช้งานของไดร์เป่าผม และลดความเสี่ยงในการใช้งานได้อีกด้วย

ไดร์เป่าผมมืออาชีพ มอเตอร์ AC
ตะแกรงกรองสิ่งสกปรกด้านหลังเครื่องสามารถถอดมาทำความสะอาดได้

เรายังชอบสัมผัสของพลาสติกสีขาวแบบด้านที่สลับกับวัสดุแบบเงาบนด้ามจับที่ให้ความรู้สึกทนทานและ “ไม่ก๊อกแก๊ก” ของ Remington รุ่นนี้ แต่หลายคนอาจพบว่ามันค่อนข้างเลอะง่าย โดยเฉพาะคนที่เคยชินกับการใช้ไดร์เป่าผมสีดำ

อีกข้อเสีย คือ ด้วยน้ำหนักประมาณ 580 กรัม (ยังไม่รวมสายไฟ) บางคนอาจรู้สึกว่ามันหนักไปเสียหน่อย และอาจทำให้รู้สึกเมื่อยมือเมื่อเป่าผมเป็นเวลานาน ๆ นอกจากนี้


รีวิวแนะนำ


รุ่นอัพเกรด ไดร์เป่าผม Dyson Supersonic

ไดร์เป่าผม Dyson

เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อหรือใช้งานไดร์เป่าผมที่มีราคาถึงราว 14,900 บาท แต่หากราคาไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณ เราเชื่อว่า Dyson Supersonic เป็นไดร์เป่าผมที่จะให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากการใช้ไดร์เป่าผมทั่วไป

ไดร์เป่าผมของ Dyson รุ่นนี้ สามารถปรับแรงลมได้ถึง 3 ระดับ และมีลมค่อนสูงสุดแรงกว่าไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ที่เราทดสอบ (แต่บางคนอาจรู้สึกว่าแรงเกินไปสำหรับการใช้งาน) ในส่วนของความร้อน มันยังสามารถปรับใช้งานได้ถึง 4 ระดับ พร้อมกับการรับประกันศูนย์ 2 ปี

จุดเด่นที่สำคัญ นอกจากดีไซน์ที่แปลกตาและวัสดุที่น่าใช้งานแล้ว คือ เทคโนโลยีการผลิตลมร้อนบริเวณด้ามจับที่แทบไม่ทำให้เกิดแรงสั่นที่ตัวเครื่องขณะใช้งาน เมื่อเทียบกับไดร์เป่าผมทั่ว ๆ ไป ถึงแม้จะยังมีเสียงดังให้ได้ยินอยู่เช่นกัน

UPGRADE PICK Dyson Supersonic

Dyson Supersonic

ไดร์เป่าผมที่มีราคาสูง แต่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ต่างจากเดิม

ราคา 14,990 บาท (11 ก.พ. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

การที่มอเตอร์ของไดร์เป่าผมอยู่ที่ด้ามจับยังทำให้น้ำหนักในการหยิบจับนั้นง่ายขึ้น แตกต่างจากไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ที่น้ำหนักส่วนใหญ่อยู่บนตัวเครื่องด้านบน

นอกจากนี้ หัวเปลี่ยนแบบขยายและเน้นลมยังเชื่อมต่อกับตัวไดร์เป่าผมด้วยแม่เหล็ก ที่สามารถถอดเข้าออกได้ง่าย และไม่ร้อนมือเพราะมีการออกแบบที่เว้นช่องว่างไว้เป็นฉนวนกันความร้อน

อย่างไรก็ตาม ไดร์เป่าผม Dyson Supersonic ถือว่ามีน้ำหนักค่อนข้างมาก ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเมื่อยได้เมื่อเป่าผมเป็นเวลานาน ๆ

จากการทดสอบของเรา ในด้านประสิทธิภาพการเป่าผมให้แห้งและเร็วนั้น Dyson Supersonic สามารถทำได้ดีพอ ๆ กับ Remington Silk Dryer รุ่น AC-9096 ที่เราแนะนำ โดยไม่มีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่คุณจะได้รับคือประสบการณ์การใช้งานที่ต่างออกไป ซึ่งทีมงานของเรารู้สึกว่ามันอาจคุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องเป่าผมนาน ๆ และบ่อย ๆ


ตัวเลือกอื่น

Philips DryCare Essential BHD184/00
ไดร์เป่าผมกำลังไฟ 2200 วัตต์ของ Philips รุ่นนี้มีฟังก์ชั่นใกล้เคียงกับ Remington AC-9140 ที่เราแนะนำ แต่มันมีสายไฟที่ยาวเพียง 1.8 เมตร และปุ่มกดที่มีแผงติดกัน ซึ่งเรารู้สึกว่าใช้งานได้ไม่ถนัดเท่ารุ่นที่เราแนะนำ นอกจากนี้ยังไม่สามารถถอดตะแกรงด้านหลักออกได้ อย่างไรก็ตาม มันยังถือเป็นอีกตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีเช่นกัน

Remington Silk 2400 AC-9096
ไดร์เป่าผมรุ่นนี้มีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่ารุ่นที่เราะแนะนำ แต่มีฟังก์ชั่นการปรับความร้อนและแรงลมแทบจะเหมือนกัน อย่างไรก็ตามปุ่มลมเย็นเป็นแบบกดค้างและราคาที่ใกล้เคียงกันมาก ทำให้เราเลือกแนะนำ AC-9140 ซึ่งเรามองว่ามีดีไซน์และสีที่สวยงามกว่าแทนรุ่นนี้ซึ่งวางขายมานานหลายปีแล้ว

Panasonic EH-NE81 และ EH-NE82
ทีมงานของเราหลายคนชื่นชอบไดร์เป่าผม Panasonic สองรุ่นนี้ โดยเฉพาะระบบควบคุมความร้อนที่หลายคนบอกว่าทำให้มันไม่ร้อนเกินไป ในราคาที่ถือว่าคุ้มค่ากับฟังก์ชั่นที่ได้ อย่างไรก็ตาม เรายังติดปัญหาว่ามันมีสายไฟที่สั้นเกินไป (เพียง 1.2 เมตร เท่านั้น) นอกจากนี้ ปุ่มปรับความร้อนและแรงลม ๆ ยังเป็นแบบเลื่อนขึ้นลงที่วางติดกัน ซึ่งเรารู้สึกว่าใช้งานได้ไม่ถนัดเท่ารุ่นที่เราแนะนำ

Lesasha Airmax 8000 AC Motor
หนึ่งในไดร์เป่าผมรุ่นยอดนิยมของ Lesasha รุ่นนี้ มาพร้อมกับกำลังไฟสูงสุด 2400 Watt  แถมยังมาพร้อมกับหัวเปลี่ยนถึง 3 ชิ้นในราคาเพียง 1,490 บาท เราชอบฟังก์ชั่นโดยรวมและลักษณะการดีไซน์ปุ่มกด ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่นที่เราแนะนำ ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่กว่าและน้ำหนักมากกว่าอยู่เล็กน้อย แต่เราพบว่ามีรีวิว Pantip จำนวนไม่น้อยกล่าวถึงปัญหาเรื่องความร้อนและความปลอดภัยในการใช้งานที่หนีบผมไฟฟ้าและไดร์เป่าของยี่ห้อนี

Lesasha Airmax 5000 Stromax
ไดร์เป่าผมของ Lesasha ที่เป็นรุ่นเล็กลงมาจาก Airmax 8000 โดยมีกำลังไฟน้อยกว่า (2000W) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในราคาที่ประหยัด มันสามารถปรับระดับความร้อนได้ 3 ระดับและปรับแรงลม ได้ 2 ระดับเหมือนรุ่นที่แพงกว่าส่วนใหญ่ แต่มาพร้อมกับการรับประกันแค่ 1 ปี แถมยังไม่ได้มาพร้อมกับหัวเปลี่ยนอย่าง Remington AC-9140 รุ่นที่เราแนะนำ

กลับขึ้นด้านบน