เครื่องชงกาแฟ Nespresso รุ่นไหนคุ้มค่าที่สุด

เครื่องชงกาแฟเนสเพรสโซ

จากการทดสอบและค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องชงกาแฟ Nespresso หลายรุ่น เราเชื่อว่า Essenza Mini เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด สำหรับคนรักกาแฟส่วนใหญ่ที่ดื่มกาแฟวันละไม่เกิน 3 แก้ว

หากคุณตัดสินใจจะซื้อเครื่อง Nespresso แล้ว เราแนะนำว่าคุณไม่ควรเสียเงินซื้อรุ่นที่แพงกว่า Essenza Mini ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาถูกที่สุด เพราะไม่ว่าเครื่องรุ่นไหน รสชาติและคุณภาพที่ได้ในการชงแต่ละครั้งนั้นไม่แตกต่างกัน

นอกจากนี้เรายังแนะนำให้คุณซื้อที่ช็อปของ Nespresso เพราะคุณจะได้ลองใช้และชิมกาแฟชนิดที่ชอบ และหากคุณรอได้แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มักจัดโปรโมชั่นส่วนลดในช่วงเทศกาลพิเศษอยู่บ่อย ๆ

“คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่แพงกว่านี้”

OUR PICK Nespresso Essenza Mini

Nespresso Essenza Mini

ใช้งานได้ไม่ต่างจากรุ่นที่แพงกว่า

5,500 บาท บนเว็บไซต์ Nespresso

เช็คราคาบน Lazada

สารบัญ

  • เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเหมาะกับใครบ้าง
  • ทำไมคุณไม่จำเป็นต้องซื้อ Nespresso รุ่นที่แพงกว่านี้
  • เปรียบเทียบเครื่องเนสเปรสโซแต่ละรุ่น
  • การทำงานของเครื่องชงกาแฟ Nespresso
  • ราคาต่อ 1 แก้ว
  • Nespresso กับ Dolce Gusto ต่างกันอย่างไร

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเหมาะกับใครบ้าง

เครื่องชงกาแฟ Nespresso ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการดื่มกาแฟที่มีรสชาติดีในเวลาที่จำกัดและไม่ชอบการล้างทำความสะอาด

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟสดตามร้าน แต่ยังดื่มกาแฟกาแฟสำเร็จรูปที่บ้านเป็นประจำ การลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบไหนก็ตาม จะทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก ทีมงานเชื่อว่าการมีกาแฟที่ดีดื่มที่บ้านเป็นหนึ่งในความสุขที่เรียบง่ายและอิ่มเอมที่สุดสำหรับคนรักกาแฟ

นอกจากนี้ ในด้านสุขภาพมันยังช่วยให้คุณห่างไกลจากครีมเทียม หรือแม้แต่นมข้น ไขมันอิ่มตัวซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย รวมถึงรสชาติของกาแฟสำเร็จรูป


ทำไมคุณไม่จำเป็นต้องซื้อ Nespresso รุ่นที่แพงกว่านี้

เครื่องเนสเพรสโซรุ่น Essenza Mini เป็นเครื่องรุ่นที่เล็กและราคาถูกที่สุดของเนสเพรสโซ แต่ถึงอย่างนั้นระบบกลไกในการชงกาแฟแต่ละแก้วของแต่ละรุ่นนั้นไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด

Essenza Mini สามารถทำแรงดันในการชงกาแฟได้เหมือนกับรุ่นที่มีขนาดใหญ่และราคาแพงกว่าทุกรุ่น เพราะฉะนั้นกาแฟที่ได้จาก Essenza Mini ไม่ได้มีคุณภาพหรือรสชาติที่แตกต่างจากเครื่องรุ่นที่แพงกว่าอย่างแน่นอน

หากคุณไม่ได้ใช้งานมากกว่าการดื่มกาแฟวันละ 1-3 แก้ว เราแนะนำว่าอย่าเสียเงินซื้อรุ่นที่แพงกว่านี้ เพราะกาแฟที่ได้นั้นล้วนมีรสชาติเหมือนกัน

ข้อเสียอย่างหนึ่งของเครื่องรุ่น Essenza Mini ที่อาจสำคัญกับบางคน คือ ถาดรองน้ำที่ไม่สามารถพับขึ้นได้ ดังนั้นเมื่อคุณใช้ถ้วยกาแฟทั่วไปที่มีขนาดสูงและไม่สามารถวางบนถาดได้พอดี คุณจำเป็นจะต้องถอดถาดรองออกไปในการใช้งาน

ทั้งนี้ ถ้าคุณใช้ถ้วยกาแฟที่มีลักษณะเตี้ยก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่หากคุณคิดเคยชินหรือต้องการจะใช้แก้วที่มีทรงสูงหน่อย คุณอาจพิจารณาซื้อรุ่นรุ่น Inissia (ในภาพด้านบน) ที่แพงขึ้นมาอีกราว 1,000 บาท และมีถาดรองที่สามารถพับหลบได้ ซึ่งเป็นรุ่นที่ผู้ใช้งานบน Pantip หลายคนแนะนำ


รีวิวแนะนำ


ทำไมเราจึงไม่แนะนำ Nespresso รุ่นที่ใหญ่และแพงกว่า

เครื่อง Nespresso ทุกรุ่นล้วนใช้ระบบแรงดันในการชงกาแฟที่ไม่แตกต่างกัน โดยทำแรงดันได้ 19 บาร์เท่ากันทั้งหมด ดังนั้นมันจึงการเสียเงินซื้อรุ่นที่แพงกว่าไม่ได้แปลว่าจะได้รสชาติที่ดีกว่าแต่อย่างใด

หลายคนอาจมองว่า ขนาดที่เล็ก ซึ่งหมายถึงการเก็บจำนวนแคปซูลที่ใช้แล้วได้น้อยกว่า และต้องเติมน้ำบ่อยขึ้น ทีมงานมองว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่แย่ไปเสียทั้งหมด ในความเป็นจริงแล้วนั่นเป็นการบังคับให้คุณเอาแคปซูลใช้แล้วออกจากเครื่อง ซึ่งช่วยเสริมสุขอนามัย และใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที

นอกจากนี้จากประสบการณ์การใช้งานของเรา เราคิดว่ารุ่นที่มีระบบตีฟองนม เช่น Citiz Milk และ Lattissima ยังใช้งานไม่สะดวก ทำฟองนมได้ไม่ดีพอ และยังทำความสะอาดให้หมดจดได้ยาก ดังนั้นหากคุณต้องการฟองนมสำหรับกาแฟ เราแนะนำให้หาซื้อเครื่องทำฟองนมแยกต่างหาก

แน่นอนว่าหากคุณวางแผนจะใช้เครื่องชงกาแฟ Nespresso ในสำนักงานหรือในครอบครัวที่ดื่มกาแฟจำนวนมากในแต่ละวัน คุณอาจพิจารณารุ่นที่ใหญ่กว่าเพิ่มความสะดวก เพราะสามารถเก็บแคปซูลใช้แล้วได้มากกว่า ไม่ต้องเติมน้ำบ่อย ๆ แต่หากคุณดื่มกาแฟราว 1-3 แก้วต่อวันหรือ Essenza Mini นั้นก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานของคุณแล้ว

OUR PICK Nespresso Essenza Mini

Nespresso Essenza Mini

ใช้งานได้ไม่ต่างจากรุ่นที่แพงกว่า

5,500 บาท บนเว็บไซต์ Nespresso

เช็คราคาบน Lazada

เปรียบเทียบเครื่องเนสเปรสโซแต่ละรุ่น

Essenza MiniInissiaPixieCitiz
ปริมาณบรรจุน้ำ600 ml700 ml700 ml1,000 ml
ปริมาณบรรจุแคปซูลใช้แล้ว6 แคปซูล11 แคปซูล10 แคปซูล11 แคปซูล
แรงดัน 19 บาร์
✔️✔️✔️✔️
ทำความร้อนใน 25 วินาที✔️✔️✔️✔️
ทำกาแฟได้ 2 ขนาด Espresso/Lungo✔️✔️✔️✔️
ราคา ก.ย. 25615,500 บาท6,500 บาท8,500 บาท10,500 บาท

ที่มา: เว็บไซต์ Nespresso ประเทศไทย


การทำงานของเครื่องชงกาแฟ Nespresso

เครื่องเนสเพรสโซใช้แรงดันอัดน้ำร้อนผ่านแคปซูลอลูมิเนียมซึ่งบรรจุเมล็ดกาแฟบดเอาไว้ จนได้ออกมาเป็นกาแฟเข้มข้นที่มีโฟมหรือ ครีมา อยู่ด้านบน ซึ่งคล้าย (แต่ไม่ใช่) ช็อตเอสเพรสโซ

เครื่องทำกาแฟเอสเพรซโซทำงานในหลักการคล้ายกัน แต่หากชงอย่างถูกต้องจะได้เอสเพรสโซช็อตที่มีความหนาและหนืดกว่ากาแฟจากเครื่องเนสเพรสโซ รวมทั้งแรงดัน นอกจากนี้เครื่องเอสเพรสโซ ซึ่งไม่ต้องอาศัยกาแฟในแคปซูล ยังทำให้คุณสามารถใช้กาแฟคั่วสดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะให้รสชาติที่ดีกว่า แต่ก็หมายถึงความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้น กาแฟเข้มข้นที่ได้จากเนสเพรสโซ นั้นถือว่ามีรสชาติที่ไม่แย่เลยเมื่อเทียบกับกาแฟตามคาเฟ่ส่วนมากในไทย ในราคาที่ถูกกว่าและสะดวกกว่าการเดินทางไปร้านกาแฟ

ทีมงานรุ่นไหนดี แนะนำว่า จากบรรดาแคปซูลที่มีให้เลือกกว่า 20 เบลนด์ ทีมงานแต่ละคนพบว่ามีเพียง 2-3 แบบเท่านั้นที่ทีมงานรู้สึกพอใจในรสชาติ


ราคาต่อเครื่องดื่ม 1 แก้ว

Espresso shot ตามร้านNespressoDolce Gustoเครื่อง Espresso
ราคาต่อ 1 แคปซูล/ 1 เอสเพรสโซ45-80 บาท20-24 บาท14-37 บาท12-16 บาท

 

การเปลี่ยนมาดื่มกาแฟด้วยเครื่องแคปซูลจะช่วยประหยัดเงินได้กว่าการดื่ม Espresso shot ตามร้านกาแฟทั่วไปที่มักมีราคาอยู่ที่ 45-80 บาท แต่ก็ยังถือว่าเป็นวิธีที่แพงกว่าการชงกาแฟเองที่บ้านโดยใช้เครื่องเอสเฟรสโซ

ในแต่ละแคปซูลของ Nespresso มีเมล็ดกาแฟคั่วบดอยู่ราว 5 กรัม ซึ่งคิดเป็นราคาเท่ากับราว 1,000 บาทต่อ 250 กรัม ซึ่งถือว่าแพงกว่าการซื้อเมล็ดกาแฟในปริมาณเท่ากันมาชงเองด้วยเครื่องเอสเพรสโซที่บ้าน โดยเมล็ดกาแฟคุณภาพมีราคาอยู่ที่ราว 500-800 บาท ต่อ 250 กรัม ซึ่งยังมาพร้อมกับความสดใหม่และที่ต่างจากกาแฟในแคปซูลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การชงด้วยเครื่องเอสเพรสโซต้องอาศัยทักษะ เวลา การบำรุงรักษาเครื่องมือ และการทำความสะอาดในแต่ละครั้ง ซึ่งหากคุณมีเวลาพอก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่เมื่อคิดถึงความสะดวกในการใช้งานจริงในแต่ละวันเทียบกับรสชาติของกาแฟที่ได้ ทีมงานคิดว่าเครื่องชงกาแฟ Nespresso สามารถตอบโจทย์สำหรับคนส่วนมากได้ดีกว่า


Nespresso กับ Dolce Gusto ต่างกันอย่างไร

เครื่อง Dolce Gusto ทำงานคล้ายกับเครื่อง Nespresso แต่ใช้แคปซูลที่ทำจากพลาสติก ซึ่งมีให้เลือกตามชนิดของเครื่องดื่ม เช่น เอสเพรสโซ อเมริกาโน ลาเต้ หรือคาปูชิโน

นอกจากจะถือเป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่เป็นที่นิยมในไทยอีกหนึ่งแบรนด์แล้ว เครื่องชงกาแฟ Dolce Gusto ยังเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือของเนสต์เล่เช่นเดียวกับ Nespresso

อย่างไรก็ตาม ทั้งรสชาติและความสะดวก เป็นสองเหตุผลหลักที่เราเชื่อว่า Nespresso เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนชอบดื่มกาแฟส่วนใหญ่

จุดเด่นของ Dolce Gusto คือการทำเครื่องดื่มผสมนมหลากหลายชนิดในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป ทั้งกาแฟชนิดผสมนม และเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น ชา หรือ ช็อคโกแลตร้อน

แต่ในการทำเครื่องดื่มชนิดที่ผสมนมเหล่านี้ คุณจะต้องใช้ 2 แคปซูลด้วยกัน โดยหนึ่งแคปซูลจะเป็นการชงนมหรือฟองนมจากนมผงแปรรูปในแคปซูล ซึ่งทีมงานมองว่ารสชาติจากนมผงที่ได้ออกมานั้น ถือว่าเป็นข้อเสียอันดับหนึ่งของ Dolce Gusto

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถชงกาแฟในแบบ เอสเปรสโซ อเมริกาโน หรือกาแฟดำ ได้เช่นกัน โดยใช้เพียงแคปซูลเดียว แต่รสชาติที่ได้รวมถึงตัวเลือกของชนิดกาแฟที่มีให้เลือก ยังถือว่าด้อยกว่า Nespresso อยู่มาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแรงดันสูงสุดของเครื่อง Dolce Gusto นั้นอยู่ที่ 15 บาร์ ซึ่งต่ำว่า Nespresso ที่ใช้แรงดัน 19 บาร์


 

กลับขึ้นด้านบน