เครื่องชงกาแฟ Nespresso รุ่นไหนดีและคุ้มค่าที่สุด

เครื่องชงกาแฟเนสเพรสโซ

จากการทดสอบและค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องชงกาแฟ Nespresso หลายรุ่น เราเชื่อว่า Essenza Mini เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด สำหรับคนรักกาแฟส่วนใหญ่ที่ดื่มกาแฟวันละไม่เกิน 3 แก้ว

หากคุณตัดสินใจจะซื้อเครื่อง Nespresso แล้ว เราแนะนำว่าคุณไม่ควรเสียเงินซื้อรุ่นที่แพงกว่า Essenza Mini ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาถูกที่สุด เพราะไม่ว่าเครื่องรุ่นไหน รสชาติและคุณภาพที่ได้ในการชงแต่ละครั้งนั้นไม่แตกต่างกัน

นอกจากนี้เรายังแนะนำให้คุณซื้อที่ช็อปของ Nespresso เพราะคุณจะได้ลองใช้และชิมกาแฟชนิดที่ชอบ และหากคุณรอได้แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มักจัดโปรโมชั่นส่วนลดในช่วงเทศกาลพิเศษอยู่บ่อย ๆ

“คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่แพงกว่านี้”

OUR PICK Nespresso Essenza Mini

Nespresso Essenza Mini

เครื่องเนสเพรสโซรุ่นเล็กที่ให้แรงดันในการชงกาแฟได้ไม่ต่างจากรุ่นที่แพงกว่า

5,500 บาท บนเว็บไซต์ Nespresso (17 ก.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada เช็คสินค้า Flash Sale


สารบัญ

  • เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเหมาะกับใครบ้าง
  • ทำไมคุณไม่จำเป็นต้องซื้อ Nespresso รุ่นที่แพงกว่านี้
  • เปรียบเทียบเครื่องเนสเปรสโซแต่ละรุ่น
  • การทำงานของเครื่องชงกาแฟ Nespresso
  • ราคาต่อ 1 แก้ว
  • Nespresso กับ Dolce Gusto ต่างกันอย่างไร

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเหมาะกับใครบ้าง

เครื่องชงกาแฟ Nespresso ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการดื่มกาแฟที่มีรสชาติดีในเวลาที่จำกัดและไม่ชอบการล้างทำความสะอาด

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟสดตามร้าน แต่ยังดื่มกาแฟกาแฟสำเร็จรูปที่บ้านเป็นประจำ การลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบไหนก็ตาม จะทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก ทีมงานเชื่อว่าการมีกาแฟที่ดีดื่มที่บ้านเป็นหนึ่งในความสุขที่เรียบง่ายและอิ่มเอมที่สุดสำหรับคนรักกาแฟ

นอกจากนี้ ในด้านสุขภาพมันยังช่วยให้คุณห่างไกลจากครีมเทียม หรือแม้แต่นมข้น ไขมันอิ่มตัวซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย รวมถึงรสชาติของกาแฟสำเร็จรูป


ทำไมคุณไม่จำเป็นต้องซื้อ Nespresso รุ่นที่แพงกว่านี้

เครื่องเนสเพรสโซรุ่น Essenza Mini เป็นเครื่องรุ่นที่เล็กและราคาถูกที่สุดของเนสเพรสโซ แต่ถึงอย่างนั้นระบบกลไกในการชงกาแฟแต่ละแก้วของแต่ละรุ่นนั้นไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด

Essenza Mini สามารถทำแรงดันในการชงกาแฟได้เหมือนกับรุ่นที่มีขนาดใหญ่และราคาแพงกว่าทุกรุ่น เพราะฉะนั้นกาแฟที่ได้จาก Essenza Mini ไม่ได้มีคุณภาพหรือรสชาติที่แตกต่างจากเครื่องรุ่นที่แพงกว่าอย่างแน่นอน

หากคุณไม่ได้ใช้งานมากกว่าการดื่มกาแฟวันละ 1-3 แก้ว เราแนะนำว่าอย่าเสียเงินซื้อรุ่นที่แพงกว่านี้ เพราะกาแฟที่ได้นั้นล้วนมีรสชาติเหมือนกัน

ข้อเสียอย่างหนึ่งของเครื่องรุ่น Essenza Mini ที่อาจสำคัญกับบางคน คือ ถาดรองน้ำที่ไม่สามารถพับขึ้นได้ ดังนั้นเมื่อคุณใช้ถ้วยกาแฟทั่วไปที่มีขนาดสูงและไม่สามารถวางบนถาดได้พอดี คุณจำเป็นจะต้องถอดถาดรองออกไปในการใช้งาน

ทั้งนี้ ถ้าคุณใช้ถ้วยกาแฟที่มีลักษณะเตี้ยก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่หากคุณคิดเคยชินหรือต้องการจะใช้แก้วที่มีทรงสูงหน่อย คุณอาจพิจารณาซื้อรุ่นรุ่น Inissia (ในภาพด้านบน) ที่แพงขึ้นมาอีกราว 1,000 บาท และมีถาดรองที่สามารถพับหลบได้ ซึ่งเป็นรุ่นที่ผู้ใช้งานบน Pantip หลายคนแนะนำ


รีวิวแนะนำ


ทำไมเราจึงไม่แนะนำ Nespresso รุ่นที่ใหญ่และแพงกว่า

เครื่อง Nespresso ทุกรุ่นล้วนใช้ระบบแรงดันในการชงกาแฟที่ไม่แตกต่างกัน โดยทำแรงดันได้ 19 บาร์เท่ากันทั้งหมด ดังนั้นมันจึงการเสียเงินซื้อรุ่นที่แพงกว่าไม่ได้แปลว่าจะได้รสชาติที่ดีกว่าแต่อย่างใด

หลายคนอาจมองว่า ขนาดที่เล็ก ซึ่งหมายถึงการเก็บจำนวนแคปซูลที่ใช้แล้วได้น้อยกว่า และต้องเติมน้ำบ่อยขึ้น ทีมงานมองว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่แย่ไปเสียทั้งหมด ในความเป็นจริงแล้วนั่นเป็นการบังคับให้คุณเอาแคปซูลใช้แล้วออกจากเครื่อง ซึ่งช่วยเสริมสุขอนามัย และใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที

นอกจากนี้จากประสบการณ์การใช้งานของเรา เราคิดว่ารุ่นที่มีระบบตีฟองนม เช่น Citiz Milk และ Lattissima ยังใช้งานไม่สะดวก ทำฟองนมได้ไม่ดีพอ และยังทำความสะอาดให้หมดจดได้ยาก ดังนั้นหากคุณต้องการฟองนมสำหรับกาแฟ เราแนะนำให้หาซื้อเครื่องทำฟองนมแยกต่างหาก

แน่นอนว่าหากคุณวางแผนจะใช้เครื่องชงกาแฟ Nespresso ในสำนักงานหรือในครอบครัวที่ดื่มกาแฟจำนวนมากในแต่ละวัน คุณอาจพิจารณารุ่นที่ใหญ่กว่าเพิ่มความสะดวก เพราะสามารถเก็บแคปซูลใช้แล้วได้มากกว่า ไม่ต้องเติมน้ำบ่อย ๆ แต่หากคุณดื่มกาแฟราว 1-3 แก้วต่อวันหรือ Essenza Mini นั้นก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานของคุณแล้ว

OUR PICK Nespresso Essenza Mini

Nespresso Essenza Mini

เครื่องเนสเพรสโซรุ่นเล็กที่ให้แรงดันในการชงกาแฟได้ไม่ต่างจากรุ่นที่แพงกว่า

5,500 บาท บนเว็บไซต์ Nespresso (17 ก.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada เช็คสินค้า Flash Sale

เปรียบเทียบเครื่องเนสเปรสโซแต่ละรุ่น

Essenza MiniInissiaPixieCitiz
ปริมาณบรรจุน้ำ600 ml700 ml700 ml1,000 ml
ปริมาณบรรจุแคปซูลใช้แล้ว6 แคปซูล11 แคปซูล10 แคปซูล11 แคปซูล
แรงดัน 19 บาร์
เครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูก
ทำความร้อนใน 25 วินาทีเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูก
ทำกาแฟได้ 2 ขนาด Espresso/Lungoเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูกเครื่องหมายถูก
ราคา5,500 บาท6,500 บาท8,500 บาท10,500 บาท

ที่มา: เว็บไซต์ Nespresso ประเทศไทย


การทำงานของเครื่องชงกาแฟ Nespresso

เครื่องเนสเพรสโซใช้แรงดันอัดน้ำร้อนผ่านแคปซูลอลูมิเนียมซึ่งบรรจุเมล็ดกาแฟบดเอาไว้ จนได้ออกมาเป็นกาแฟเข้มข้นที่มีโฟมหรือ ครีมา อยู่ด้านบน ซึ่งคล้าย (แต่ไม่ใช่) ช็อตเอสเพรสโซ

เครื่องทำกาแฟเอสเพรซโซทำงานในหลักการคล้ายกัน แต่หากชงอย่างถูกต้องจะได้เอสเพรสโซช็อตที่มีความหนาและหนืดกว่ากาแฟจากเครื่องเนสเพรสโซ รวมทั้งแรงดัน นอกจากนี้เครื่องเอสเพรสโซ ซึ่งไม่ต้องอาศัยกาแฟในแคปซูล ยังทำให้คุณสามารถใช้กาแฟคั่วสดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะให้รสชาติที่ดีกว่า แต่ก็หมายถึงความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้น กาแฟเข้มข้นที่ได้จากเนสเพรสโซ นั้นถือว่ามีรสชาติที่ไม่แย่เลยเมื่อเทียบกับกาแฟตามคาเฟ่ส่วนมากในไทย ในราคาที่ถูกกว่าและสะดวกกว่าการเดินทางไปร้านกาแฟ

ทีมงานรุ่นไหนดี แนะนำว่า จากบรรดาแคปซูลที่มีให้เลือกกว่า 20 เบลนด์ ทีมงานแต่ละคนพบว่ามีเพียง 2-3 แบบเท่านั้นที่ทีมงานรู้สึกพอใจในรสชาติ


ราคาต่อเครื่องดื่ม 1 แก้ว

Espresso shot ตามร้านNespressoDolce Gustoเครื่อง Espresso
ราคาต่อ 1 แคปซูล/ 1 เอสเพรสโซ45-80 บาท20-24 บาท14-37 บาท12-16 บาท

 

การเปลี่ยนมาดื่มกาแฟด้วยเครื่องแคปซูลจะช่วยประหยัดเงินได้กว่าการดื่ม Espresso shot ตามร้านกาแฟทั่วไปที่มักมีราคาอยู่ที่ 45-80 บาท แต่ก็ยังถือว่าเป็นวิธีที่แพงกว่าการชงกาแฟเองที่บ้านโดยใช้เครื่องเอสเฟรสโซ

ในแต่ละแคปซูลของ Nespresso มีเมล็ดกาแฟคั่วบดอยู่ราว 5 กรัม ซึ่งคิดเป็นราคาเท่ากับราว 1,000 บาทต่อ 250 กรัม ซึ่งถือว่าแพงกว่าการซื้อเมล็ดกาแฟในปริมาณเท่ากันมาชงเองด้วยเครื่องเอสเพรสโซที่บ้าน โดยเมล็ดกาแฟคุณภาพมีราคาอยู่ที่ราว 500-800 บาท ต่อ 250 กรัม ซึ่งยังมาพร้อมกับความสดใหม่และที่ต่างจากกาแฟในแคปซูลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การชงด้วยเครื่องเอสเพรสโซต้องอาศัยทักษะ เวลา การบำรุงรักษาเครื่องมือ และการทำความสะอาดในแต่ละครั้ง ซึ่งหากคุณมีเวลาพอก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่เมื่อคิดถึงความสะดวกในการใช้งานจริงในแต่ละวันเทียบกับรสชาติของกาแฟที่ได้ ทีมงานคิดว่าเครื่องชงกาแฟ Nespresso สามารถตอบโจทย์สำหรับคนส่วนมากได้ดีกว่า


Nespresso กับ Dolce Gusto ต่างกันอย่างไร

เครื่อง Dolce Gusto ทำงานคล้ายกับเครื่อง Nespresso แต่ใช้แคปซูลที่ทำจากพลาสติก ซึ่งมีให้เลือกตามชนิดของเครื่องดื่ม เช่น เอสเพรสโซ อเมริกาโน ลาเต้ หรือคาปูชิโน

นอกจากจะถือเป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่เป็นที่นิยมในไทยอีกหนึ่งแบรนด์แล้ว เครื่องชงกาแฟ Dolce Gusto ยังเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือของเนสต์เล่เช่นเดียวกับ Nespresso

อย่างไรก็ตาม ทั้งรสชาติและความสะดวก เป็นสองเหตุผลหลักที่เราเชื่อว่า Nespresso เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนชอบดื่มกาแฟส่วนใหญ่

จุดเด่นของ Dolce Gusto คือการทำเครื่องดื่มผสมนมหลากหลายชนิดในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป ทั้งกาแฟชนิดผสมนม และเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น ชา หรือ ช็อคโกแลตร้อน

แต่ในการทำเครื่องดื่มชนิดที่ผสมนมเหล่านี้ คุณจะต้องใช้ 2 แคปซูลด้วยกัน โดยหนึ่งแคปซูลจะเป็นการชงนมหรือฟองนมจากนมผงแปรรูปในแคปซูล ซึ่งทีมงานมองว่ารสชาติจากนมผงที่ได้ออกมานั้น ถือว่าเป็นข้อเสียอันดับหนึ่งของ Dolce Gusto

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถชงกาแฟในแบบ เอสเปรสโซ อเมริกาโน หรือกาแฟดำ ได้เช่นกัน โดยใช้เพียงแคปซูลเดียว แต่รสชาติที่ได้รวมถึงตัวเลือกของชนิดกาแฟที่มีให้เลือก ยังถือว่าด้อยกว่า Nespresso อยู่มาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแรงดันสูงสุดของเครื่อง Dolce Gusto นั้นอยู่ที่ 15 บาร์ ซึ่งต่ำว่า Nespresso ที่ใช้แรงดัน 19 บาร์



 

กลับขึ้นด้านบน