พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank) ยี่ห้อและรุ่นไหนดีที่สุด

พาวเวอร์แบงค์ ยี่ห้อไหนดี

จากการค้นคว้าข้อมูลและเปรียบเทียบ power bank (พาวเวอร์แบงค์) หลายรุ่นที่มีวางขายในไทย ทีมงาน roonnhaidee เชื่อว่า Anker PowerCore Fusion 5000 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ ที่มองหาแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้สำหรับชาร์จโทรศัพท์ระหว่างวันหรือขณะเดินทางเป็นหลัก

Anker Fusion มีจุดเด่นสำคัญ คือ การใช้งานแบบ 2 in 1 ที่สามารถใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองและอะแดปเตอร์ชาร์จไฟได้ในตัวเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ไม่ต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้นแล้ว มันยังผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูง และมีความเร็วในการชาร์จที่ดีกว่าพาวเวอร์แบงค์ในราคาและความจุใกล้เคียงกันส่วนใหญ่

Tips: เพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าปลอม หากคุณจะซื้อ Power Bank ของ Anker เราแนะนำว่าควรซื้อผ่าน Anker Thailand ซึ่งเป็นร้านของบริษัท แม็กเพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่ Anker ให้การรับรอง


สารบัญ

  • ก่อนซื้อ power bank ต้องดูอะไรบ้าง
    • โวลท์ แอมป์ วัตต์ ต่างกันอย่างไร
    • ความเร็วในการชาร์จไฟ
    • QuickCharge คืออะไร และสำคัญแค่ไหน
  • รุ่นที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ Anker Fusion
    • ทำไมเราถึงแนะนำ พาวเวอร์แบงค์รุ่นนี้
  • รุ่นอัพเกรดสำหรับการใช้งานจริงจัง
    • Anker PowerCore 20100 เหมาะสำหรับใคร
  • ตัวเลือกอื่น ๆ

ก่อนซื้อ power bank ต้องดูอะไรบ้าง

Power bank ยี่ห้อ Anker รุ่น PowerCore 20100

หากคุณประสบปัญหาอุปกรณ์ที่ใช้อยู่นั่นมีแบตเตอรี่หมดระหว่างวันอยู่บ่อย ๆ ทั้งในการใช้งานประจำวัน วันที่ต้องใช้งานมากกว่าปกติ หรือแม้แต่ลืมชาร์จโทรศัพท์ก่อนออกจากบ้าน การมีแบตเตอรี่สำรองพกพาติดตัวไว้จะช่วยให้คุณสามารถใช้โทรศัพท์ได้อย่างไม่สะดุด ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากต่อการทำงานของหลาย ๆ คน

ถึงแม้มันจะไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาปลั๊กไฟเพื่อชาร์จโทรศัพท์ แต่ส่วนใหญ่แล้วคุณจะพบว่าคุณไม่สามารถนั่งอยู่กับที่เพื่อรอให้อุปกรณ์ค่อย ๆ ชาร์จไฟได้เป็นเวลานาน นั่นทำให้พาวเวอร์แบงค์มีประโยชน์กว่าการพกอะแดปเตอร์ในหลาย ๆ สถานการณ์

“ถ้าความเร็วในการชาร์จเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณ คุณควรจะมองหา Power Bank ที่มีค่า amp (maximum output) ที่สูง”

ก่อนเลือกซื้อพาวเวอร์แบงค์ คุณควรจะตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าการใช้งานของคุณเป็นแบบไหน เพราะความต้องการในการใช้งานสำหรับคนที่แค่ต้องการชาร์จโทรศัพท์ระหว่างวันเป็นครั้งคราว กับคนที่ต้องการชาร์จไอแพดเพื่อทำงานนอกสถานที่เป็นเวลานาน ๆ เป็นประจำ นั้นแตกต่างกัน

คุณควรรู้ก่อนว่าอุปกรณ์อะไรบ้างที่คุณต้องการชาร์จเป็นประจำ (เช่น สมาร์ทโฟน iPad หรือ หูฟัง) คุณควรพิจาณาด้วยว่าคุณจำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยพาวเวอร์แบงค์บ่อยแค่ไหน (กี่ครั้งต่อวันหรือสัปดาห์) รวมถึงขนาดและน้ำหนักที่คุณรู้สึกว่ารับได้ในการพกพาติดตัวไปด้วย

ในการเลือกพิจารณาพาวเวอร์แบงค์ ทีมงานของเราให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งานจริงเป็นหลัก ซึ่งนั่นนับรวมถึง ความเร็วในการชาร์จ ความจุของแบตเตอรี่ จำนวนพอร์ทการเชื่อมต่อ ขนาด น้ำหนัก การออกแบบ และฟังก์ชั่นเสริมอื่น ๆ


โวลท์ แอมป์ วัตต์ ของพาวเวอร์แบงค์

ในการเลือกซื้อ power bank และอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ต่าง ๆ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหน่วยวัดในระบบไฟฟ้า จะสามาถช่วยให้คุณเข้าใจคุณสมบัติของแต่ละรุ่นได้ง่ายขึ้น

เว็บไซต์ KARE THAILAND ได้อธิบาย ทั้ง 3 ค่านี้ไว้อย่างง่าย ๆ ด้วยการเปรียบเทียบมันกับการเปิดน้ำประปาตามบ้าน

  • V หรือ Volt (โวลท์) คือ แรงดันไฟฟ้า = เหมือนเราเปิดก๊อกหรือเครื่องปั๊มน้ำ เปิดก๊อกจนสุดหรือเปิดเครื่องปั๊ม น้ำก็พุ่งไปไกล
  • A หรือ Amp (แอมป์) คือ กระแสไฟฟ้า = เหมือนกับขนาดของท่อน้ำ หรือสายยาง ท่อใหญ่ส่งน้ำได้มากกว่า น้ำไหลได้สะดวกกว่า
  • W หรือ Watt (วัตต์) คือ หน่วยวัดการใช้พลังงานไฟฟ้า = เปิดน้ำแล้วเอากะละมังมารองน้ำไว้ น้ำในกะละมัง (สามารถคำนวณได้ด้วยการนำ V คูณกับ A)

ความเร็วในการชาร์จ

สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการเลือก power bank คือความเร็วในการชาร์จ เพราะในการใช้งานจริงนั้น บ่อยครั้งเรามักจะต้องการชาร์จไฟให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด

ถ้าหากถ้าความเร็วในการชาร์จเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ สิ่งที่คุณควรพิจารณาคือค่า A สูงสุดในที่ระบุไว้ใน maximum output ของแต่ละพอร์ท โดยเมื่อเปรียบเทียบ power bank ส่วนใหญ่ ซึ่งมีค่าแรงดันไฟฟ้ามาตรฐาน 5V ความเร็วในการชาร์จไฟของพาวเวอร์แบงค์นั้นขึ้นอยู่กับค่า maximum output ที่มีตั้งแต่ 1 – 4.8A พาวเวอร์แบงค์ที่มีค่าแอมป์ยิ่งสูงยิ่งทำให้อุปกรณ์ดึงเอาไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปใช้ได้มากขึ้น

ในสมัยก่อน อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ส่วนใหญ่ ชาร์จไฟด้วยกระแสไฟ 0.5 A จากพอร์ท USB ก่อนจะรองรับกระแสไฟได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามการพัฒนาของเทคโนโลยี ปัจจุบันอุปกรณ์หลายชนิด เช่น iPad ที่สามารถดึงกระแสไฟได้ถึง 3A ซึ่งหากพาวเวอร์แบงค์ของคุณสามารถส่งกระแสไฟได้สูงสุดที่ 2.1A นั่นก็จะทำให้คุณไม่สามารถชาร์จด้วยความเร็วสูงสุดที่ 2.1A เท่านั้น และนั้นเป็นสาเหตุที่คุณต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการชาร์จ iPad ด้วยที่ชาร์จมาตรฐานของไอโฟนซึ่งมี max output เพียง 1A เท่านั้น


รีวิวแนะนำ


QuickCharge คืออะไร และสำคัญแค่ไหน?

QuickCharge เป็นเทคโนโลยีซึ่งถูกคิดค้นและผลักดันโดย Qualcomm บริษัทผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถช่วยให้โทรศัพท์ชาร์จแบตเตอรี่ได้ปริมาณไฟที่มากขึ้นในเวลาที่น้อยลงได้ โดยอาศัยการทำงานร่วมกับซีพียูของโทรศัพท์ในการปรับปริมาณการรับกระแสไฟ

ก่อนหน้านี้ เทคโนโลยี Quick Charge 2.0 (หรือที่เรียกว่า Fast Charge ในมือถือ Samsung S7 S8 S9 และ USB PD ของไอโฟน 8 X, XR, XS, XS Max) สามารถปรับการรับกระแสไฟได้ในระหว่างช่วง 5 – 12 V ทำให้สามารถชาร์จไฟจาก 0-50% ได้ในเวลา 30 นาที

ขณะที่ QuickCharge 3.0 ซึ่งมาพร้อมกับมือถือบางรุ่นในปัจจุบัน อย่าง LG G6, G7, Xiaomi Mi 6 จะสามารถชาร์จไฟจาก 0-80% ได้ภายใน 30 นาที (สามารถดูรายชื่อสมาร์ทโฟนที่รองรับ QuickCharge ชนิดต่าง ๆ ได้ที่นี่)

เพจเฟซบุ๊กของ Aukey Thailand ได้อธิบายการใช้งาน QuickCharge เอาไว้ว่าจะสามารถใช้งานได้ ด้วยองค์ประกอบสองสองส่วน ได้แก่

  1. Smartphone ที่ใช้ CPU Qualcomm ที่รองรับ Quick Charge 3.0 (CPU Snapdragon 820, 620, 618, 617 และ 430) หรือ Quick Charge 2.0 (CPU Snapdragon 800 ขึ้นไป)
  2. อุปกรณ์จ่ายไฟ แบบ Quick Charge 3.0 โดยจะทำงานร่วมกับ CPU ในการปรับแรงดันและกระแสในช่วง 3.6 โวลต์ ถึง 20 โวลต์ หรือ อุปกรณ์จ่ายไฟ แบบ Quick Charge 2.0 โดยจะทำงานร่วมกับ CPU ในการปรับแรงดันและกระแสในช่วง 5 โวลต์ ถึง 12 โวลต์

ดังนั้น แบตเตอรี่พาวเวอร์แบงค์ที่รองรับ QuickCharge นั้นจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ของสามารถใช้งาน QuickCharge ได้ด้วยเช่นกัน


ทำไมเราถึงแนะนำ Anker Fusion 5000

Power bank รุ่น Fusion ของ Anker ในราคาต่ำกว่า 1,500 บาท

โดยปกติแล้ว คุณจะไม่สามารถชาร์จพาวเวอร์แบงค์และใช้มันชาร์จโทรศัพท์ไปพร้อม ๆ กันได้ เพราะมันจะส่งผลเสียต่อเซลล์แบตเตอรี่และทำให้อายุการใช้งานนั้นสั้นลง แต่ PowerCore Fusion มีวงจรพิเศษที่รับมือกับการใช้งานแบบนี้ได้ โดยมันจะปรับให้ Fusion ชาร์จอุปกรณ์ที่เสียบเอาไว้ก่อน จากนั้นจึงชาร์จตัวมันเองเมื่อแบตเตอรี่อุปกรณ์อื่นเต็มแล้ว

หากคุณกำลังมองหาพาวเวอร์แบงค์เพื่อใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนเป็นหลัก และต้องการแบตเตอรี่สำรองที่สะดวกต่อการพกพา ใช้งานง่าย ชาร์จไฟได้รวดเร็ว เราเชื่อว่า Anker PowerCore Fusion 5000 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ

ถึงแม้เมื่อเทียบกับพาวเวอร์แบงค์ในราคาใกล้เคียงกัน มันจะไม่ได้มีมีความจุมากที่สุดหรือมีขนาดเล็กที่สุด แต่การที่ Fusion สามารถเสียบเข้ากับปลั๊กไฟได้โดยตรง และทำงานได้แบบ 2 in 1 คือเป็นทั้ง power bank และอะแดปเตอร์ชาร์จโทรศัพท์ได้ นั้นถือเป็นจุดเด่นที่สุดของแบตเตอรี่สำรองของ Anker รุ่นนี้

เมื่อใช้งาน PowerCore Fusion มันจะทำให้เหมือนกับคุณได้ซื้อ Adapter ชาร์จไฟด้วยในตัว และช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่คุณต้องพกในกระเป๋าได้อีกด้วย ซึ่งเราเชื่อว่าคุณจะได้รับความสะดวกมากกว่าพาวเวอร์แบงค์รุ่นอื่น ๆ แถมยังลดความยุ่งยากในการชาร์จโทรศัพท์ และชาร์จพาวเวอร์แบงค์แยกกัน

นอกจากทีมงาน roonnhaidee ที่ชื่นชอบความสะดวกของ PowerCore Fusion แล้ว เว็บไซต์รีวิวในต่างประเทศหลายแห่ง ยังมีความเห็นคล้ายกัน เช่น ในรีวิวของเว็บไซต์ PCWorld โดย Jason Cipriani ที่ระบุว่าเขาสามารถใช้มันชาร์จแบตโทรศัพท์ได้กับทั้งการเสียบเข้ากับปลั๊กไฟและการใช้ในรูปแบบแบตเตอรี่สำรอง


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *