รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี คู่มือเลือกซื้อรุ่นที่ดีที่สุด

รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี

รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี หากคุณกำลังมองหารถเข็นเด็กที่ใช้งานได้ดีและคุ้มค่าที่สุด เรารวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการเลือกซื้อ เพื่อหารุ่นที่ดีสุดในบทความนี้

นอกจากศึกษารีวิว ยี่ห้อนิยมในไทย เช่น Graco, Combi, Aprica และ Camera เรายังค้นคว้าข้อมูลจากเว็บไซต์แม่และเด็กที่เชื่อถือได้ในต่างประเทศ รวมถึงความเห็นบนเว็บไซต์ Pantip ซึ่งบางตัวเลือกที่ต่างประเทศแนะนำอาจไม่มีจำหน่ายในไทย หรือมีราคาแพงกว่ามาก

หากคุณกำลังมองหารถเข็นเด็กคันแรก ที่ใช้งานได้คุ้มค่า เราคิดว่าคุณควรเลือกซื้อ Baby Jogger City Mini 2 แบบพับได้ ซึ่งสามารถใช้งานได้นาน ทนทานแข็งแรง มีฟังก์ชันที่จำเป็นครบ มีวงเลี้ยวที่แคบกว่ารถเข็นเด็ก 4 ล้อ ในราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น

อีกตัวเลือกหนึ่ง สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ที่พ่อแม่ต้องการรถเข็นที่มีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวก เราเลือกแนะนำ Babyzen YOYO2 รถเข็นเด็กพับขนาดเล็กกะทัดรัดแบรนด์จากฝรั่งเศส ที่พับเก็บแล้วมีขนาดเพียง 52 x 44 x 18 ซม. น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แม้จะมีราคาค่อนข้างสูง

นอกจากรถเข็นสองรุ่นที่ทีมงานรุ่นไหนดีเลือกแนะนำแล้ว คุณอาจเลือกรุ่นอื่นๆ จากยี่ห้ออย่าง Graco และ Aprica ซึ่งได้รับรางวัลจาก Amarin Baby Kids Awards ในหลายปี และผู้ใช้งาน Pantip หลายคนแนะนำ โดยรุ่นที่เราชอบ ได้แก่ TK และ TK


สารบัญ

  • วิธีเลือกซื้อรถเข็นเด็ก
  • รถเข็นเด็กแบบไหนดี
  • ฟังก์ชันที่จำเป็น
  • ความปลอดภัย
  • Baby Jogger City Mini 2
  • Babyzen YOYO2
  • ร้านขายรถเข็นเด็ก

วิธีเลือกซื้อรถเข็นเด็ก

เมื่อลูกน้อยของคุณลืมตามาบนโลก รถเข็นนั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นในชีวิตของคุณเมื่อต้องเดินทางไปในทุกหนทุกแห่ง รถเข็นนั้นไม่เพียงเป็นที่นั่งให้ลูกของคุณได้นั่งหรือนอนหลับอย่างปลอดภัย แต่มันยังเป็นที่เก็บของใช้จำเป็น เช่น ทิชชู่เปียก ผ้าอ้อม ขวดนม และเสื้อผ้า ซึ่งคุณไม่สามารถหอบหิ้วทั้งหมดนี้ได้หากไม่มีรถเข็นเด็ก

ความปลอดภัย ทนทาน และสะดวกในการใช้งาน ถือเป็นหัวใจหลักในเลือกซื้อรถเข็นเด็ก ซึ่งอาจมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท ดังนั้น ก่อนจะลงทุนซื้อรถเข็นคันแรกให้ได้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด เราควรสำรวจความต้องการของตัวเอง ดังต่อไปนี้

ใช้งานที่ไหนเป็นหลัก? สภาพแวดล้อมในการใช้งาน เป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 1 ในการเลือกซื้อรถเข็นเด็ก ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกขนาดและประเภทของรถเข็นได้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องใช้รถเข็นเด็กขึ้น-ลงคอนโด หรือต้องเก็บรถเข็นไว้ในรถยนต์ รถเข็นประเภทพับได้ขนาดกลาง ก็น่าจะเหมาะสมที่สุด แต่หากคุณจะใช้งานในหมู่บ้านหรือสวนสาธารณะในระยะทางไกลๆ รถเข็นขนาดปกติ ที่รับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มีตะกร้าเก็บของขนาดใหญ่ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

เด็กเล็กสามารถใช้ได้ไหม รถเข็นบางรุ่นสามารถเอนต่ำหรือปรับให้เป็น โหมดเปลเด็ก (bassinet mode) ซึ่งแปลว่าสามารถใช้ได้กับเด็กแรกเกิด โดยไม่ต้องจำเป็นต้องซื้อ car seat เสริม อย่างไรก็ตาม รถเข็นบางรุ่นนั้นเหมาะสำหรับเด็กที่โตกว่านั้น ที่สามารถควบคุมลำคอของตัวเองได้แล้ว หรือสามารถนั่งตัวตรงได้ด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่คุณควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อความปลอดภัย

วางแผนจะใช้นานแค่ไหน การลงทุนซื้อรถเข็นที่ใช้ได้นาน อาจคุ้มค่ากว่าการเปลี่ยนบ่อยๆ เราแนะนำว่า หากคุณต้องการใช้รถเข็นเดิมกับลูกๆ หลายคน คุณควรเลือกซื้อรุ่นที่สามารถเพิ่ม car seat หรือรถเข็นที่เสริมที่นั่งได้เพิ่มเพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับเด็กในหลายวัย โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อตัวรถเข็นเด็กใหม่บ่อยๆ

ใช้งานได้สะดวกแค่ไหน นอกจากหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว คุณควรทดลองใช้จริงหากเป็นไปได้ โดยอาจขอทดสอบของญาติหรือเพื่อน เพื่อดูว่ารถเข็นที่คุณสนใจสามารถบังคับด้วยมือเดียวได้หรือไม่ บังคับเลี้ยวได้นุ่มนวลแค่ไหน และช่องเก็บของออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานจริงหรือไม่

สามารถพับเข้า-ออกได้ง่ายแค่ไหน ในชีวิตจริง คุณมักจะต้องใช้มือเดียวในการพับรถเข็น เพราะอีกมือนั้นต้องถืออุปกรณ์อื่นๆ หรืออุ้มลูกไปด้วย ดังนั้น การเลือกรถเข็นที่พับเก็บได้ง่ายด้วยมือเดียวก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ

น้ำหนัก นอกจากพับเก็บได้สะดวกแล้ว คุณควรคำนึงถึงน้ำหนักของรถเข็นด้วย รถเข็นที่หนักเกินไป อาจทำให้พ่อแม่บางคนควบคุมได้ลำบากและก่อให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ รถเข็นที่แข็งแรงและมีน้ำหนักเบายังช่วยให้การขนย้ายสะดวกสบายขึ้นอย่างมาก

ล้อรถเข็น: ล้อของรถเข็นควรมีความแข็งแรง เราแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีล้อขนาดใหญ่พอประมาณ เพื่อไม่ให้หักงอหรือติดหลุมได้ง่ายเวลาเข็น

หลังคา: หลังคาของรถเข็นควรจะสามารถป้องกันแดดและฝนได้ดีพอสมควร สามารถปรับเข้า-ออกได้ง่าย และถ้าให้ดีควรมีช่องที่สามารถเปิดดูลูกได้

ช่องเก็บของ: เมื่อคุณเลี้ยงลูกไปสักพักหนึ่ง คุณจะรู้เลยว่าเด็กหนึ่งคนนั้นมีอุปกรณ์มากมายเหลือเกิด ช่องเก็บของขนาดใหญ่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นจริงๆ

วัสดุที่ล้างง่าย: รถเข็นเด็กเมื่อใช้ไปสักพักก็จะมีโอกาสสกปรกได้สูง รถเข็นที่ล้างทำความสะอาดได้ง่ายจะลดความปวดหัว และสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับคุณและลูกน้อย


รถเข็นเด็ก แบบไหนดี

ปัจจุบัน รถเข็นเด็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย คือ รถเข็นเด็กแบบพกพาชนิดขนาดฟูลไซส์ ซึ่งสามารถพับเก็บได้ทั้ให้ประหยัดพื้นที่ในบ้าน พกพาไปนอกสถานที่ได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถแยกส่วนเป็น baby car seat ไว้ใช้ในรถได้อีกด้วย นอกจากนี้ ราคารถเข็นเด็กแบบพับได้ประเภทนี้ ยังช่วยประหยัดเงินได้หลายพันบาท เมื่อเทียบกับการซื้อรถเข็นเด็กปกติและแยกซื้อ car seat ต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำว่า ในช่วงที่ลูกของคุณยังเล็กอยู่มาก (0-6 เดือน) คุณอาจใช้ baby carrier แบบหิ้วมือซึ่งอาจปลอดภัยกว่าสำหรับเด็กเล็ก และจัดการได้สะดวกกว่ารถเข็นเด็ก

1. รถเข็นเด็กขนาดมาตรฐาน

รถเข็นขนาดฟูลไซส์สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยเด็กโต ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่ ทนทาน และเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด หากคุณตั้งใจจะลงทุนซื้อรถเข็นเด็กเพียงคันเดียว เพราะมีฟังก์ชันที่ครบที่สุด และสามารถใช้งานได้หลากหลาย

เหตุผลที่เราแนะนำให้คนส่วนใหญ่ลงทุนกับรถเข็นขนาดใหญ่มาตรฐาน คือ ความแข็งแรงทนทาน ขนาดใหญ่ กว้าง นั่งสบาย ที่ทำให้ใช้ได้นานหลายปี โดยส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันที่มากกว่ารถเข็นขนาดเล็ก เช่น เบาะที่ปรับทิศทาง หรือ ปรับเปลี่ยนเป็น car seat ได้ในตัว เป็นต้น

แม้ว่ามันอาจมีขนาดใหญ่สักหน่อย แต่รถเข็นขนาดมาตรฐานนั้นมาพร้อมกับตะกร้าเก็บของและถาดวางของที่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากเวลาใช้งานจริง

2. รถเข็นเด็กแบบก้านร่ม น้ำหนักเบา

รถเข็นเด็กแบบน้ำหนักเบา มีจุดเด่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่เดินทางบ่อยและต้องการความคล่องตัว ด้วยน้ำหนักที่เบากว่ารถเข็นเด็กปกติ โดยบางรุ่นอาจมีน้ำหนักเพียง 5-6 กิโลกรัมเท่านั้น

ข้อดีของ รถเข็นประเภทนี้ คือ มันสามารถเก็บบนรถยนต์ รถไฟฟ้า หรือนำขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่กินพื้นที่ และส่วนมากก็ยังมีฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น ถาดอาหาร และ ตะกร้าเก็บของ แต่อาจมีข้อจำกัดในฟังก์ชันอื่นๆ เช่น เบาะอาจปรับได้แค่เล็กน้อย ซึ่งทำให้ส่วนใหญ่แล้วไม่เหมาะกับเด็กแรกเกิด (เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ ควรตรวจสอบก่อนซื้อเพื่อความปลอดภัย)

รถเข็นเด็กแบบก้านร่ม มักจะไม่สามารถแปลงเป็น car seat ได้ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มต่างหาก หรือซื้อรถเข็นเด็กคันใหม่ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงแนะนำให้ลงทุนซื้อรถเข็นเด็กแบบฟูลไซส์ที่พับได้ด้วยน่าจะคุ้มค่ากว่า

3. รถเข็นเด็กแบบจ็อกกิ้ง

สำหรับพ่อแม่ที่ชอบออกไปวิ่งจ็อกกิ้งนอกบ้าน และอยากพาลูกเล็กออกไปด้วย รถเข็นชนิดใหม่ที่เรียกว่า Jogging Stroller เป็นรถเข็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศ (ซึ่งฟุตบาธเรียบกว่าประเทศไทยมาก)ฃ

จุดเด่นของรถเข็นเด็กประเภทนี้ คือ ขนาดและล้อที่ใหญ่กว่าปกติ ทำให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่ารถเข็นเด็กปกติ รวมถึงระบบเบรกและโช๊คอัพที่มีประสิทธิภาพกว่ารถเข็นทั่วไป ทำให้พ่อแม่สามารถวิ่งเหยาะๆ ไปพร้อมกับเข็นลูกน้อยไปด้วยได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ รถเข็นประเภทนี้จะไม่เหมาะกับเด็กแรกเกิด แต่ควรใช้กับเด็กที่มีอายุอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป

ถึงแม้รถเข็นสำหรับการวิ่งมักจะมี 3 ล้อ แต่ไม่ใช่ว่ารถเข็นเด็ก 3 ล้อ ทุกคนจะออกแบบมาเพื่อการวิ่ง ดังนั้นจึงควรทดลองใช้จริงก่อนเพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัย ก่อนจะนำไปใช้งานจริงแบบมีเด็กอยู่ในรถ

4. รถเข็นเด็กแฝด

รถเข็นสำหรับเด็กแฝด หรือ สำหรับคนที่มีลูก 2 คน แต่คนหนึ่งที่โตแล้วยังไม่อยากเลิกนั่งรถเข็น รถเข็นเด็กแบบคู่นี้น่าจะเหมาะที่สุด ซึ่งมีทั้งที่นั่งแบบติดกัน และแบบที่นั่งต่อกันให้เลือก

ข้อดี ของรถเข็นแฝด คือ เราสามารถเก็บของลูกทั้งสองคนไว้ในรถคันเดียว ไม่ต้องย้ายของไปมาให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ เด็กทั้งสองคนสามารถมองเห็นและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ ในขณะเดียวกัน รถเข็นแฝดมักจะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักที่มากกว่ารถเข็นปกติ ทำให้เลี้ยวหรือเข้า-ออกประตูได้ลำบาก



Baby Jogger City Mini 2

เราเลือกยกให้ Baby Jogger City Mini 2 ซึ่งมีฟังก์ชันทุกอย่างที่คุณต้องการในรถเข็นหนึ่งคัน รวมถึงขนาดที่พอเหมาะ น้ำหนักเบา และความสะดวกในการใช้งาน ที่คุ้มค่ากว่ารุ่นอื่นๆในช่วงราคาเดียวกัน

City Mini 2 เป็นรถเข็นแบบ 4 ล้อ ที่มีล้อหน้าคู่ติดกันทำให้มีลักษณะเหมือน 3 ล้อ และมีวงเลี้ยวที่แคบกว่า นั้นมีน้ำหนักเพียง 8.75 กก. แต่มีความแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 29 กก. โดยรีวิวในต่างประเทศจำนวนมากชื่นชมว่าใช้งานได้สะดวก ที่สามารถพับเก็บด้วยมือเดียวได้ง่ายกว่ารถเข็นส่วนใหญ่

รถเข็นเด็ก Baby Jogger City Mini ใช้ดีไหม

โครงสร้างและวัสดุที่ใช้ยังจัดอยู่ในระดับเดียวกันกับรถเข็นหลายรุ่นที่ราคาสูงกว่านี้ แถมยังมีหลังคากันแดดขนาดใหญ่ ทำจากผ้ากันแสงยูวี SPF 50+ ซึ่งทำความสะอาดได้ง่าย ,uช่องหน้าต่างสำหรับเปิดมอง

นอกจากนี้ ที่นั่งยังมีขนาดกว้าง สามารถปรับเอนได้ 2 รูปแบบ (นั่ง-นอน) ทำให้สามารถใช้กับเด็กเล็ก ที่วางเท้าที่สามารถปรับระดับได้ทำให้เด็กสามารถเหยียดขาได้ตรง รวมถึงใช้งานร่วมกับ car seat หลายรุ่นได้อย่างดี

รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี Baby Jogger

จุดเด่นอื่นๆ ของ Baby Jogger City Mini 2 ได้แก่ ช่องเก็บของที่มีขนาดใหญ่และสามารถล้วงหยิบได้จากด้านข้าง ทำให้สะดวกเวลาต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ขณะหันหน้าเข้าหาลูกน้อย

ในประเทศไทย Baby Jogger นั้นนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท คิดโด แปซิฟิค ซึ่งรับประกันสินค้า 3 ปี รวมถึงมีการดูแลหลังการขาย เช่น ตรวจเช็คคุณภาพ บริการทำความสะอาด อีกด้วย


Babyzen YOYO2

เมื่อลูกของคุณโตขึ้นมาสักหน่อย รถเข็นสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป นั้นมีตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกในการพกพาเป็นหลัก รถเข็นเด็กขนาดกะทัดรัดที่พกพาสะดวก น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่

รถเข็นเด็ก Babyzen Yoyo2

เว็บไซต์รีวิวต่างประเทศหลายแห่ง ยกให้ Babyzen Yoyo2 เป็นหนึ่งในรถเข็นเด็กขนาดเล็กที่ดีที่สุด ต่อเนื่องจาก Babyzen Yoyo รุ่นแรก โดยได้อัพเกรดหลายฟีเจอร์ที่สำคัญ เช่น ระบบเบรกที่ใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ และรายละเอียดเรื่องดีไซน์หลายจุดที่ทำให้ใช้งานได้ดีขึ้น

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของรถเข็น Babyzen ในซีรีส์นี้ คือ น้ำหนักเบาเพียง 6.16 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่าแทบทุกรุ่นที่เราได้เปรียบเทียบ และขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถพับเข้า-ออกได้ด้วยเมื่อเดียว และเมื่อพับแล้วสามารถสะพายไหล่ได้ด้วย ทำให้ยกขึ้น-ลงรถได้สะดวกอย่างมาก นอกจากนี้ยังสามารถนำขึ้นเครื่องบินโดยเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือหัวได้อีกด้วย

รถเข็นเด็ก Babyzen Yoyo2

เมื่อเทียบกับรถเข็นเด็กแบบก้านร่ม Babyzen Yoyo2 นั้นมีความแข็งแรงคงทนกว่าอย่างสัมผัสได้ โดยเฉพาะโครงสร้างและล้อที่รองรับพื้นผิวขรุขระได้ดี รวมทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชันอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น สายรัดกันตก 5 จุด หรือ หลังคากันแดดขนาดใหญ่ ซึ่งรถเข็นชนิดก้านร่มหลายรุ่นอาจไม่มี


ร้านขายรถเข็นเด็ก

ซื้อ รถเข็นเด็ก ร้านไหนดี ร้านค้าชั้นนำ อาทิ  คิดโด แปซิฟิค และ Punnita แล้ว เราแนะนำให้ซื้อผ่านร้าน official store ซึ่งนอกจากจะได้ของแท้แน่นอนแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าสามารถส่งซ่อมตามประกันของศูนย์ในประเทศไทยได้โดยไม่มีปัญหาภายหลัง

นอกจากนี้ ร้านเหล่านี้ยังมักมีส่วนลดเพิ่มในช่วงเทศกาลพิเศษบน Lazada ซึ่งมักจะทำให้ซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าตามห้างทั่วไปอีกด้วย รายชื่อร้านขายรถเข็นเด็กที่เราแนะนำว่า เชื่อถือได้และมีตัวตนจริง: