หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อและรุ่นไหนดีที่สุด สำหรับออกกําลังกาย

หูฟังบลูทูธ สำหรับออกกำลังกาย

จากการทดสอบและเปรียบเทียบข้อมูลจากเว็บไซต์รีวิวสินค้าที่เชื่อถือได้ในต่างประเทศเพื่อเปรียบเทียบหูฟังไร้สายสำหรับออกกำลังกาย หลายยี่ห้อ เราเชื่อว่า หูฟังบลูทูธ Anker SoundBuds Slim เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ในความเห็นของเรา SoundBuds Slim สามารถตอบโจทย์ในได้ดีทั้งในด้านความกระชับเมื่อสวมใส่ ความทนทานต่อน้ำและเหงื่อ คุณภาพเสียง และอายุแบตเตอรี่ ในราคาต่ำกว่า 1,500 บาท


สารบัญ

  • ข้อควรพิจารณาในการซื้อหูฟังสำหรับออกกำลังกาย
  • ทำไมเราถึงแนะนำ Anker SoundBuds Slim
  • รุ่นอัพเกรด หูฟังบลูทูธ Jabra Elite Active 65t
  • ตัวเลือกอื่น ๆ

การเลือกซื้อหูฟังสำหรับออกกำลังกาย

ทีมงานรุ่นไหนดีเชื่อว่า คนส่วนใหญ่น่าจะใช้ชีวิตได้สะดวกกว่า หากมีหูฟังไร้สายที่มีคุณภาพ 1 ชุดไว้ใช้งานอย่างหลากหลาย แทนที่จะต้องสลับใช้หูฟังหลายคู่ เพราะนั่นหมายถึงการพกอุปกรณ์หลายอย่างและความปวดหัวของการชาร์จแบตเตอรี่

ดังนั้น หากคุณออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2-3 วันหรือน้อยกว่านั้น เราคิดว่าหูฟังที่คุณเลือกใช้ควรจะสามารถใช้กับการออกกำลังกายได้อย่างดี และยังมีคุณภาพเสียงและดีไซน์ที่เหมาะกับการใช้งานตามปกติด้วย

สิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาก่อนซื้อหูฟังไร้สายสำหรับการออกกำลังกายรุ่นไหนก็ตาม คือ ความทนทานต่อน้ำและเหงื่อ เพราะหูฟังบลูทูธโดยทั่วไป ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเช่นนี้ และจะทำให้มันชำรุดได้ง่ายและรวดเร็ว

นอกจากนี้ คุณควรคำนึงถึงความสบายในการสวมใส่ ที่เราถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเลือกซื้อหูฟัง โดยเฉพาะสำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งหูฟังที่ดีควรจะกระชับเข้ากับใบหู ไม่หลุดง่าย ไม่มีสายยาวเกะกะหรือกระเด้งฟาดผู้สวมใส่ และที่สำคัญต้องไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ


รีวิวแนะนำ


ตามมาด้วยความสะดวกในการใช้ง่าย เช่น การปรับระดับเสียง การเปลี่ยนเพลง ซึ่งหูฟังสำหรับการออกกำลังกายที่ดี ควรจะช่วยให้คุณควบคุมการใช้งานเหล่านี้ได้โดยง่ายและสามารถทำกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าคุณภาพของเสียงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของหูฟัง แต่คนที่วางแผนจะใส่ระหว่างการออกกำลังกายเป็นหลัก คุณอาจให้ความสำคัญกับคุณภาพของเสียงน้อยลงกว่าการใช้งานทั่วไป เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักไม่ได้โฟกัสกับคุณภาพของเสียงมากนักระหว่างออกกำลังกาย

ราคา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราคิดว่าควรจะถูกเปรียบเทียบยกับฟังก์ชั่นที่ได้ ขณะเดียวกันมันก็ไม่ควรมีราคาสูงเกินไปกว่าที่คนส่วนใหญ่ควรจะเสียเงินไปกับสิ่งนี้ และสามารถทำให้คุณใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะสูญหาย เช่นเดียวกับ การรับประกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้หูฟังของตัวเองมีปัญหา แต่หากมีอะไรเกิดขึ้น เราคิดว่าหูฟังยี่ห้อที่ดีควรจะรับประกันสินค้าอย่างน้อย 1 ปี

ปัญหาของหูฟังบลูทูธไร้สายที่วางขายในไทยส่วนใหญ่คือราคาที่สูงกว่าราคาดั้งเดิมในต่างประเทศมาก นั่นทำให้เราคิดว่าสิ่งที่เราได้รับจากหูฟังในช่วงราคา 3,000-6000 บาท นั้นยังไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร และส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพวกมันคือหูฟังในช่างราคา $60-100 หรือ 2,000-3,000 บาท ในต่างประเทศ อย่างเช่น Jaybird Freedom 2 ที่ต่างประเทศราคาอยู่ที่ราว $99 แต่ในไทยมีราคาสูงถึง 5,990 บาท)


หูฟังบลูทูธ Anker SoundBuds Slim

หูฟังบลูทูธ Anker Soundbuds Slim

จากการศึกษาข้อมูลและทดสอบการใช้งานจริง เราเชื่อว่า Anker Soundbuds Slim เป็นหูฟังไร้สายที่คุ้มค่ากับราคาที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ที่รักการออกกำลังกาย เพราะมันสามารถตอบโจทย์ที่จำเป็นได้อย่างดี ทั้งในด้านการสวมใส่ ความคงทนต่อเหงื่อและน้ำ คุณภาพของเสียง การออกแบบที่เรียบง่าย ในราคาที่สมเหตุสมผล

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อยี่ห้อ Anker ในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตสายชาร์จและ power bank แต่หูฟังไร้สายของแบรนด์นี้หลายรุ่นได้รับคำชมจากเว็บไซต์ในต่างประเทศ เช่น Trusted Reviews และ CNET มาโดยตลอด

จากการทดสอบของเรา เราพบว่า SoundBuds Slim ซึ่งมีไดรฟ์เวอร์ขนาด 6 มิลลิเมตร ให้คุณภาพเสียงในระดับที่ดี ถึงแม้จะมีความแหลมที่ปลายเสียงสูงอยู่บ้าง แต่โดยรวมทีมงานของเรารู้สึกว่ามันไม่รู้ว่ามันมากจนเกินไป และรู้สึกพอใจกับคุณภาพเสียงโดยรวม

หูฟังบลูทูธ สำหรับออกกำลังกาย

ในด้านความคงทนต่อเหงื่อ ฝน และน้ำที่กระเด็น SoundBuds Slim ของ Anker มาพร้อมกับมาตรฐาน IPX4 ที่แปลว่าสามารถกันน้ำสาดจากทิศทางต่าง ๆ ได้ ซึ่งนับว่าต่ำกว่าหูฟังส่วนใหญ่ในช่วงราคา 3-5 พันบาท ที่มีความทนทานมาตรฐาน IPX56 แต่ในการใช้งานจริงเราเชื่อว่ามันเพียงพอสำหรับการออกกำลังกายในยิมของคนส่วนใหญ่ นอกจากนี้หนึ่งในทีมงานของเราใช้หูฟังรุ่นนี้มานานกว่า 1 ปีในการออกกำลังกายและระหว่างเดินทาง ซึ่งยังสามารถใช้งานได้อย่างปกติ

Soundbuds Slim มาพร้อมกับปีกหูฟัง 2 ขนาด และยางที่ปลายหูฟังอีก 4 ขนาดให้คุณเลือกใช้ ซึ่งจากการทดลองใช้เราสามารถปรับขนาดให้กระชับกับใบหูและรู้สึกสบาย ระหว่างการเคลื่อนตัวได้ดี ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะน้ำหนักของหูฟังที่เบาเพียง 15 กรัม ทำให้เราไม่รู้สึกถึงแรงถ่วงจากหูฟังมากเกินไป

หูฟังบลูทูธไร้สาย

ด้วยราคาในไทยประมาณ 1,500 บาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าในต่างประเทศอยู่เล็กน้อย โดยตัวแทนจำหน่ายในไทยยังมีประกันให้ 1-2 ปี ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะบุบสลายจนเกินไป

เรายังรู้สึกชื่นชอบดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่ดูสปอร์ตจนเกินไป ทำให้มันน่าจะเป็นหูฟังที่คนส่วนใหญ่สามารถใช้ฟังเพลง หรือรับสายโทรศัพท์ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน ที่ด้านหลังของตัวหูฟังยังเป็นแม่เหล็กที่ดูดหูฟังทั้งสองข้างไว้ด้วยกันเวลาม้วนเก็บ หรือห้อยไว้ที่คอ ซึ่งช่วยให้มันไม่หล่นหายได้ง่าย

ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 110 mAh ที่ใช้งานได้นานประมาณ 7 ชั่วโมง ทำให้คุณต้องชาร์จด้วยสาย Micro USB ใหม่ทุก 2-3 วันในการใช้งานจริง โดยใช้เวลาชาร์จครั้งละ 1.5 ชั่วโมง ซึ่งถึงแม้จะถือถือว่าทำได้ไม่ต่างจากหูฟังรุ่นที่แพงกว่าหลาย ๆ รุ่น แต่ทีมงานหลายคนมองว่ามันจะดีกว่านี้มากหากแบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่านี้


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *