เราเตอร์ใส่ซิม ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนใช้งานดีที่สุด

4G Router แบใส่ซิมได้ รุ่นไหนดี

ซื้อ เราเตอร์ใส่ซิม ยี่ห้อไหนดี จากการค้นคว้าข้อมูลและทดสอบ 4G Router หลายยี่ห้อ เราเชื่อว่า Archer MR200 ของ TP-Link เป็นรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

เราเลือกแนะนำ TP-Link MR200 ซึ่งเป็นเราเตอร์แบบ Dual Band รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงที่ใช้สะดวกในการใช้งานจริง ถึงแม้จะถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงกว่ายี่ห้ออื่นเล็กน้อย

จุดเด่นของเราเตอร์ TP-Link รุ่นนี้ คือการเชื่อมต่อสัญญาณ 4G ได้อย่างรวดเร็วและเสถียรในการทดสอบของเรา นอกจากนี้ มันยังสามารถกระจายสัญญาณแบบ Dual-Band ที่ทำให้ได้เปรียบในการใช้งานในพื้นที่ที่มีสัญญาณ Wi-Fi อื่นรบกวน

ถึงแม้ผู้ใช้งานหลายคนอาจใช้กับ SIM อินเทอร์เน็ตแบบจำกัดความเร็วสูงสุด หรือใช้งานนอกสถานที่ชั่วคราว เราคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะลงทุนกับเราเตอร์รุ่นที่สามารถนำไปใช้งานกับอินเทอร์เน็ต ADSL หรือใช้งานรูปแบบอื่น ๆ ได้อนาคต

ถึงแม้เราคิดว่ามันจะไม่คุ้มค่ากับราคาเมื่อเทียบกับ TP-Link MR200 ที่เราแนะนำ แต่ MR6400 สามารถทำงานได้ดีไม่แพ้กันโดยเฉพาะกับการใช้งานกับซิมแบบจำกัดความเร็วในที่พักอาศัยทั่วไป

แต่หากคุณกำลังมองหาเราเตอร์แบบใส่ซิมไว้ใช้ที่บ้านเป็นหลัก และไม่อยากลงทุนมากเกินไปกับเราเตอร์หนึ่งตัว TP-Link Archer MR6400 ซึ่งเป็นรุ่น Single Band ก็อาจเพียงพอแล้วต่อการใช้งานสำหรับคุณ


สารบัญ


เราเตอร์ใส่ซิม ดีไหม?

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง 4G Router กับโมเด็มเราเตอร์ปกติ อยู่ตรงที่ความสามารถในการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต 3G/4G LTE จาก SIM card มากระจายต่อในรูปแบบ Wi-Fi ได้

ดังนั้น หากคุณต้องการนำมาใช้กับอินเทอร์เน็ตแบบไฟเบอร์หรือ ADSL คุณแทบไม่มีความจำเป็นต้องซื้อ Router 4G ซึ่งมีราคาแพงกว่ารุ่นสเปคใกล้กันแบบไม่รองรับ 4G

เหตุผลสำคัญที่หลายคนสนใจเราเตอร์แบบใส่ซิม คือ ความคล่องตัวในการใช้งาน เช่น การนำไปใช้ที่บ้านพักตากอากาศในวันหยุด การประชุมนอกสถานที่ และการใช้ในคอนโดหรือหอพักแทนที่การติดสัญญา 1 ปีกับบริษัทอินเทอร์เน็ต

เราเตอร์ใส่ซิม

4G Router vs. Pocket Wi-Fi

เราเตอร์แบบใส่ซิม สามารถปล่อยสัญญาณได้เสถียรว่า Pocket Wi-Fi หรือ personal hotspot จากสมาร์ทโฟน และมีระยะสัญญาณที่ไกลกว่าอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีข้อดีตรงที่คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพราะอาศัยไฟบ้าน

แต่หากคุณต้องการ Wi-Fi แบบพกพา Pocket Wi-Fi ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ด้วยข้อได้เปรียบในด้านความกะทัดรัดและแบตเตอรี่ นอกจากนี้ Pocket Wi-Fi ส่วนใหญ่ยังสามารถกระจายสัญญาณในพื้นที่ 1 ห้องได้ไม่ต่างจาก 4G Router

ถึงแม้จะเคยมีผู้ใช้งานบน Pantip ทดลองนำ 4G Router มาเสียบเข้ากับ power bank เพื่อพกพาไปใช้ในที่ต่างๆ ซึ่งหากนั่นเป็นจุดประสงค์ของการใช้งานของคุณ 4G Router อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม


เปรียบเทียบ Pocket Wi-Fi

คำว่า Band ในที่นี้หมายถึงย่านสัญญาณที่เราเตอร์ของคุณสามารถกระจายสัญญาณได้ เราเตอร์แบบ Dual-Band ต่างจากเราเตอร์แบบดั้งเดิมตรงที่มันสามารถกระจายสัญญาณ Wi-Fi ได้ 2 ย่านความถี่ ได้แก่ 2.4 Ghz และ 5 Ghz พร้อมๆ กัน

Wi-Fi 2.4 Ghz ซึ่งมาพร้อมกับเราเตอร์แบบ Single-Band ส่วนใหญ่จะสามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ราว 600 Mbps

Wi-Fi 5Ghz ซึ่งมาพร้อมกับเราเตอร์ Dual-Band สามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ถึง 1300 Mbps

คลื่น 2.4 Ghz ที่ยาวกว่า 5 Ghz นั้นทำให้สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่าคลื่น แต่ข้อเสียของย่านความถี่ 2.4Ghz นั้น คือมันมักจะแออัดไปด้วยสัญญาณจากอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์ไร้สาย รีโมทต่าง และเราเตอร์แบบมาตรฐานที่มีวางขายทั่วไป ซึ่งความแออัดนั้นจะส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่อและความเร็ว

ย่านความถี่ 5 Ghz นั้นถูกใช้โดยอุปกรณ์ต่างๆ น้อยกว่า ทำให้ไม่แออัดและมีความเสถียรกว่าในพื้นที่ที่มีสัญญาณ Wi-Fi จำนวนมาก ถึงแม้จะทะลุทะลวงผ่านกำแพงและสิ่งกีดขวางได้ด้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานกับซิมอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดการใช้งานซึ่งมีความเร็วสูงสุดราว 1-8 Mbps ความเร็วสูงสุดที่ได้นั้นแทบจะไม่ต่างกัน

นอกจากนี้ ความเร็วในการเชื่อมต่อยังขึ้นอยู่กับมาตรฐาน Wi-Fi ของเราเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วย เช่น เราเตอร์บางรุ่งอาจรองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11b, 802.11g, 802.11n หรือ 802.11ac เป็นต้น


รุ่นแนะนำ TP-Link MR200

เราเตอร์ใส่ซิม ยี่ห้อ TP-Link MR200

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ 4G Router ที่ดี คือ การจับสัญญาณจากซิมการ์ดได้รวดเร็ว และกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร ซึ่งทั้งสองข้อนี้เป็นจุดเด่นของ TP-Link MR200 เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่เราทำการทดสอบ

นอกจากจะรองรับอุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุด 64 เครื่องแล้ว การที่ TP-Link MR200 เป็นเราเตอร์แบบ Dual Band ที่รองรับการปล่อยสัญญาณ 5 Ghz ยังทำให้มีประโยชน์ในการใช้งานตามคอนโดที่ไม่ต้องการระยะสัญญาณที่ไกล และหลีกเลี่ยงช่องสัญญาณ 2.4 Ghz ที่แออัดได้

ในด้านการใช้งานจริง TP-Link MR200 ใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที นับตั้งแต่เสียบปลั๊ก ในการจับสัญญาณ 4G และเริ่มกระจายสัญญาณต่อให้อุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานได้

ถึงแม้จะฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไม่แนะนำเราเตอร์บางรุ่น เช่น D-link DWR921 ซึ่งต้องใช้เวลาเชื่อมต่อสัญญาณ 4G เป็นเวลาราว 30-45 วินาที ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ซึ่งนอกจากจะกินเวลาแล้ว มันยังสร้างความลำบากในการใช้งาน เพราะต้องคอยเช็คบนตัวเราเตอร์ว่าเราเตอร์ตรวจหาซิมได้ตามปกติหรือไม่



นอกจากนี้ การจับสัญญาณได้เร็วยังเพิ่มความสะดวกสำหรับคนที่ต้องนำไปใช้นอกสถานที่บ่อยๆ ตามความเห็นของผู้ใช้งานหลายคนบน Pantip ที่ต้องใช้เราเตอร์สำหรับออกกองหรือรับส่งไฟล์ภาพและวิดีโอ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งในด้านความสะดวกในการใช้งานของเราเตอร์รุ่นนี้ คือถาดใส่ซิมที่รองรับ SIM ได้หลายขนาด ต่างจากหลายรุ่นที่ต้องนำซิมขนาดเต็มมาใช้งาน โดยเฉพาะในปัจจุบันสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้ Nano-Sim แล้ว

ดีไซน์สีดำเงา และรูปทรงที่เรียบและแบนของ MR200 ยังดูดีกว่า Router ส่วนใหญ่ และสามารถวางไว้บริเวณที่มองเห็นได้โดยไม่รู้สึกขัดตา

MR200 ยังถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่คาดว่าอาจไม่ได้ใช้งาน 4G LTE เพียงอย่างเดียวในอนาคต เพราะมันยังถือเป็นโมเด็มเราเตอร์ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับเราเตอร์ Dual Band ส่วนใหญ่ ถึงแม้จะมีราคาที่แพงกว่า

ถาดใส่ SIM Card ของ เราเตอร์ใส่ซิม


ใช้งานกับ “ซิมเทพ”

จากการทดสอบเราเตอร์ 2 รุ่นกับ ซิมเทพ ของทรูมูฟ เราพบว่าสามารถใช้งานได้ปกติ โดยทำความเร็วได้เฉลี่ย 3.8Mbps – 4.1 Mbps ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้งาน สามารถดู Netflix YouTube ใช้งานอีเมล และโซเชียลมีเดียได้โดยไม่รู้สึกช้าจนเป็นปัญหา แต่มีอาการช้าบ้างเมื่อต้องการสตรีมวิดีโอแบบ HD

Tips: พนักงานขายหลายคนบอกกับทีมงาน roonnhaidee ว่าวิธีที่ดีที่สุดก่อนนำซิมไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ คือให้ activate ซิมและนำไปใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนก่อน เพื่อให้ซิมได้รับการตั้งค่าอินเทอร์เน็ตตามปกติให้เรียบร้อยโดยอัตโนมัติ

ทดสอบความเร็ว Tp-Link M200 สัญญาณ 5Ghz


เราเตอร์ใส่ซิม รุ่นอื่น

TP-Link MR6400

เราเตอร์ที่หน้าตาคล้ายกับรุ่นที่เราแนะนำและมีราคาค่อนข้างสูงเช่นกัน แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ มันรองรับเฉพาะ 2.4 Ghz เท่านั้น จึงทำให้เป็นตัวเลือกที่เราไม่แนะนำ รวมถึงยังมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรุ่น Single Band ด้วยกัน เราคิดว่า MR6400 อาจเป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจรองลงมาในช่วงราคา 2,500-3,000 บาท

D-Link DWR921

หนึ่งในเราเตอร์แบบใส่ซิมแบบ Single Band รุ่นยอดนิยมที่มีราคาใกล้เคียงกับ MR6400 และสามารถทำความเร็วได้ไม่ต่างกัน แต่มีข้อเสียในด้านการจับสัญญาณ 4G จากซิม ที่ทำได้ช้ากว่ากว่ารุ่นที่เราแนะนำ (อาจไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่นำไปใช้ในที่พักอาศัยและไม่ได้เปิด-ปิด Router บ่อยๆ) รวมถึงในเรื่องของดีไซน์ที่เรามองว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้

ข้อเสียอีกอย่างของ Router ค่าย D-Link รุ่นนี้ คือมันไม่มีถาดใส่ซิม และต้องใช้ซิมขนาดเต็มเท่านั้นทำให้อาจไม่สะดวกในการสลับซิมจากสมาร์ทโฟนมาใช้งาน และรู้สึกไม่แน่ใจว่าใส่ได้พอดีไหม นอกจากนี้ในด้านดีไซน์ DWR-921 ยังมีความเทอะทะกว่ารุ่นที่เราแนะนำ นอกจากนี้ด้วยราคาที่นับว่าค่อนข้างสูงสำหรับเราเตอร์ชนิด Single-Band รวมถึงอายุประกันที่น้อยกว่า MR200 และ MR6400 ที่เราแนะนำ

Huawei B310

เราเตอร์ใส่ซิมของ Huawei ราคาราว 2,400 บาท รองรับการใช้งานแบบ Single Band เท่านั้น และเมื่อเทียบกับ D-Link DWR-921 ที่ราคาใกล้กันแล้ว ยังมี Port LAN น้อยกว่า เรายังไม่ชอบการดีไซน์ที่ออกแบบมาให้วางแนวตั้งเท่านั้น รวมถึงยังไม่แน่ใจในเรื่องของการรับประกัน