หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดีที่สุด สำหรับการใช้งานจริง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อและรุ่นไหนดีที่สุด ในประเทศไทย

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หรือ Robot Vacuum Cleaner เป็นอุปกรณ์ดูดฝุ่นที่สามารถเก็บกวาดฝุ่นบนพื้นผิวบ้านได้จริง ถึงแม้จะไม่สามารถดูดฝุ่นได้ครบทุกซอกทุกมุมหรือรวดเร็วเท่ามนุษย์

แต่ข้อดีที่สำคัญที่สุดของเครื่องดูดฝุ่นแบบหุ่นยนต์ คือ มันสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองโดยที่เราไม่ต้องเปลืองแรง และที่สำคัญมันยังสามารถดูดฝุ่นได้โดยไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง(หรืออารมณ์เสีย)

จากการค้นคว้าข้อมูลจากรีวิวในไทยและต่างประเทศอย่างละเอียด รวมทั้งสังเกตความเห็นจาก Pantip เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกที่มีวางขายในไทย เราเชื่อว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Ecovacs Deebot N79T ที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi สั่งการผ่านสมาร์ทโฟน และชาร์จแบตเตอรี่ด้วยตัวเองได้นี้ เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ (อ่านต่อด้านล่าง)

OUR PICK Ecovac Deebot N79T

Ecovac Deebot N79T

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ราคา 5,420 บาท (7 เม.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

แต่ถ้าคุณต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่สามารถใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ และงบประมาณไม่ใช่ปัญหาของคุณ เราคิดว่าคุณควรลงทุนซื้อ iRobot Roomba 980 ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุดในช่วงราคาเดียวกัน

สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้นมา คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีระบบนำทางที่ฉลาดขึ้น แรงดูดที่มากกว่า  อายุแบตเตอรี่ที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่องถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงการทำความสะอาดที่ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพกว่าโดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดใหญ่

UPGRADE PICK iRobot Roomba 980

iRobot Roomba 980

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นอัพเกรดสำหรับพื้นที่กว้างขึ้น

ราคา 38,900 บาท (7 เม.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

หมายเหตุ: เพื่อการรับประกันในการใช้งานที่ดีกว่า เราแนะนำให้ซื้อจาก official store ของทั้ง Ecovacs และ iRobot


สารบัญ

  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ใช้ได้จริงไหม
  • ข้อจำกัดของเครื่องดูดฝุ่นแบบอัตโนมัติ
  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ดีที่สุด Ecovaac N73TA
  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่นสำหรับบ้านขนาดใหญ่ Roomba 980
  • ตัวเลือกอื่น

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ใช้งานได้จริงไหม

การทดสอบจำนวนมากได้ยืนยันแล้วว่ามันสามารถดูดฝุ่นได้จริง และผู้ใช้งานจำนวนมากที่เราได้พูดคุยต่างบอกว่าพอใจกับความสะดวกสบายและความสะอาดที่ได้ ถึงแม้บางคนจะรู้สึกว่ามันทำงานได้ไม่ทั่วถึงเท่าการดูดฝุ่นด้วยตัวเอง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี 2019

เราเชื่อว่าน้อยคนนัก (โดยเฉพาะในกลุ่มทีมงานของเรา) ที่จะสามารถกวาดบ้านหรือดูดฝุ่นได้มากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และถึงแม้หลายคนอาจรู้สึกว่า การดูดฝุ่นด้วยตัวเองนั้นทั่วถึงกว่า แต่ในความจริง มันยากมากที่จะทำความสะอาดให้ได้ครบถ้วนเท่ากับการปล่อยให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือ แค่ไม่ชอบการดูดฝุ่น การลงทุนซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะทำให้บ้านของคุณสะอาดขึ้นและมีความสุขที่ได้เวลากลับคืนมาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในปัจจุบันไม่ต้องอาศัยการตั้งค่าที่ยุ่งยากเหมือนในสมัยก่อน คุณสามารถกดปุ่มเพียง 1-2 ขั้นตอนและปล่อยให้มันเริ่มทำงานเท่านั้น

คุณยังไม่จำเป็นต้องจดจำว่าจะเปิดใช้งานหุ่นยนต์วันไหนบ้าง เพราะหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ ๆ แทบทุกรุ่นสามารถตั้งเวลาเพื่อให้มันทำงานเป็นกิจวัตรด้วยตัวเองผ่านทางสมาร์ทโฟนได้

ในปัจจุบัน คุณสามารถซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ใช้งานได้ดี ในราคาที่ถูกกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่คุณต้องออกแรงทำความสะอาดเอง นอกจากมันจะดูดฝุ่นใต้โต๊ะและโซฟาได้ดีแล้ว หากคุณเลี้ยงสุนัขหรือแมวไว้ในบ้าน เราเชื่อว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากเป็นพิเศษ

ความสะดวกและความสม่ำเสมอนี้ เป็นเหตุผลหลักที่เราคิดว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในราคาที่เหมาะสม ถือเป็นการลงทนที่คุ้มค่าอย่างมากสำหรับคนที่ชอบอยู่บ้าน


รีวิวแนะนำ


ข้อจำกัดของเครื่องดูดฝุ่นแบบอัตโนมัติ

ถึงแม้เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะจะทำงานได้บนหลายพื้นผิวในปัจจุบัน หุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนใหญ่ยังมักจะพบปัญหาเมื่อต้องทำงานบนพรมสีดำ ซึ่งเซ็นเซอร์ตรวจจับพื้นผิวได้ยาก คล้ายกับที่เป็นปัญหากับเม้าส์ไร้สายบางรุ่น

สิ่งที่คุณต้องระวัง คือ สายไฟ สายชาร์จโทรศัพท์ อุจจาระของสัตว์เลี้ยง และหมากฝรั่ง ซึ่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแทบทุกรุ่นจะเกิดปัญหาเมื่อวิ่งผ่านวัตถุเหล่านี้

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น รุ่นไหนดี

ล้อเล็ก ๆ ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเหล่านี้ยังไม่สามารถขึ้นลงบันไดหรือเดินผ่านพื้นที่มีระดับต่างกันมาก ๆ ได้ ดังนั้นคนที่อาศัยอยู่บ้านที่มี 2 ชั้นอาจต้องเสียเวลาย้ายมันขึ้น-ลงบ้าง แต่เราไม่ต้องกังวลว่ามันจะจดจำแผนที่ของแต่ละชั้นสลับกัน เพราะหุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนใหญ่จะเริ่มวิเคราะห์เส้นทางการทำความสะอาดใหม่ในทุกครั้ง

หลายคนที่มีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอยู่ที่บ้าน (โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้การเคลื่อนที่แบบ bump and run) อาจเคยพบว่ามันเดินสะเปะสะปะ ย้อนไปย้อนมา และดูไม่ฉลาดอย่างที่แต่ละยี่ห้อโฆษณา

เราแนะนำว่าคุณไม่ควรนั่งจ้องดูหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานเพราะนอกจากจะทำให้คุณรำคาญแล้ว ข้อสำคัญของการใช้งานหุ่นยนต์พวกนี้ คือ การปล่อยให้มันทำงานจนครบวงจรเพื่อที่คุณจะได้ไปทำอย่างอื่นอย่างมีความสุข หากคุณมีเวลาเหลือ คุณอาจขยับเฟอร์นิเจอร์เพื่อหลีกทางให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานได้ง่ายขึ้น และคอยเทเศษผงเมื่อถังเก็บฝุ่นเต็มเท่านั้น

นอกจากนั้น เราแนะนำว่าคุณควรปล่อยให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานในเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน เพราะถึงแม้หุ่นยนต์หลายรุ่นจะมีเสียงเบากว่ามัยก่อนมาก แต่มันก็ยังอยู่ในระดับที่รบกวนสมาธิของคุณเมื่อต้องอยู่ในห้องเดียวกันเป็นเวลานาน ๆ


หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ดีที่สุด Ecovacs Deebot N79T

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Ecovacs Deebot n79t

สำหรับคนที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ใช้งานได้ดี เราเชื่อว่า Ecovacs Deebot N79T เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะนอกจากมันจะทำงานขั้นพื้นฐานได้ดีแล้ว มันยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่มากกว่ารุ่นอื่น ๆ ในราคาไล่เลี่ยกัน โดยเฉพาะการกำหนดเวลาทำงานและควบคุมการทำงานผ่าน Wi-Fi ด้วยสมาร์ทโฟน

Deebot N79T นั้นเป็นโมเดลเดียวกับ N79S ที่มีวางขายในต่างประเทศ ซึ่งนักรีวิวหลายแนะนำว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดในช่วงราคา 5,000 – 10,000 บาท แต่บริษัทตัวแทนจำหน่ายในไทยเลือกนำเข้ารุ่นที่เป็นสีขาวซึ่งมีรหัสแตกต่างกัน เนื่องจากเป็นที่นิยมมากกว่า ซึ่งทีมงานของเราหลายคนเห็นด้วยว่าสีขาวนั้นให้ความรู้สึกสะอาดและใหม่กว่าสีดำ

ถึงแม้คุณจะยังได้ยินเสียงขณะที่ N79T กำลังทำงาน แต่ด้วยความดังราว 65 เดซิเบล มันยังถือว่าเงียบกว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอีกหลายรุ่น ตามข้อมูลการเปรียบเทียบของเว็บไซต์ Smart Robot Reviews ขณะที่แบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion นั้นใช้งานได้ราว 100 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ใช้เวลาชาร์จครั้งละ 2-3 ชั่วโมง) ซึ่งทำได้ดีกว่าหลายรุ่นในราคาใกล้เคียงกัน

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ Ecovacs รุ่นนี้มีปุ่มเปิดการใช้งานในโหมด auto อยู่ด้านบนตัวเครื่อง พร้อมกับไฟแสดงสัญญาณเชื่อมต่อ Wi-Fi ขณะที่ในส่วนของการทำความสะอาด N79T ใช้แปรงแบบโรลเลอร์หนึ่งอัน พร้อมกับแปรงปัดหมุดทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง โดยมีถังเก็บฝุ่นอยู่ที่ด้านหลัง

 

เช่นเดียวกับเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะในตระกูล Deebot หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่น N79T มีดีไซน์ทรงกลมที่เรียบง่าย มันมีเส้นผ่านสูงกลางยาว 13.9 นิ้ว และความสูง 3.3 นิ้ว ที่ทำให้มันสามารถเข้าไปทำความสะอาดใต้ตู้โต๊ะและโซฟาได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังทำงานได้ดีบนพื้นไม้ กระเบื้องยาง และแม้แต่พื้นพรม ด้วยแรงดูด 1,000 pa ที่ทำให้มันสามารถเก็บเศษผงและขนแมวได้อย่างดี นอกจากนี้มันยังสามารถตรวจจับพรมด้วยเซนเซอร์และเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติ

คุณสามารถใช้รีโมทคอนโทรลที่แถมมาให้ในการเลือกโหมดการใช้งาน ควบคุมทิศทางการเดิน และตั้งเวลาได้ แต่จุดเด่นในการใช้งานของ N79T นั้นอยู่ที่การควบคุมผ่านแอปบนสมาร์ทโฟนผ่าน Wi-Fi (คุณสามารถใช้คำสั่งเสียงได้เช่นกันหากมีอุปกรณ์อย่าง Amazon Echo หรือ Google Assistant)

ในการติดตั้งเริ่มต้น คุณจะต้องโหลดแอป Ecovacs มาใช้งานเพื่อเชื่อมต่อN79T เข้ากับเครือข่าย Wi-Fi หลังจากเลือกรุ่นที่ต้องการติดตั้ง ตัวแอปจะช่วยคุณติดตั้งได้อย่างไม่ยาก อย่างไรก็ตาม คุณจำเป็นต้องใช้ Wi-Fi ในย่านความถี่ 2.4 GHz ในการเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นนี้ (ซึ่งเป็นความถี่มาตรฐานของ Wi-Fi ตามบ้านส่วนใหญ่) เนื่องจากมันยังไม่รองรับย่านความถี่ 5 GHz

หลังจากเชื่อมต่อกับแอปไดเสำเร็จ คุณสามารถตั้งชื่อ เรียกดูสถานะการทำงาน เช็คระดับแบตเตอรี่ ได้จากสมาร์ทโฟน รวมทั้งยังมีแถบควบคุมทิศทางบนกลางหน้าจอที่คุณสามารถขับหุ่นยนต์ได้ตามต้องการ รวมถึงปุ่ม recharge ซึ่งจะสั่งหุ่นยนต์ให้เดินกลับไปชาร์จแบตเตอรี่ที่ด็อค (dock)

OUR PICK Ecovac Deebot N79T

Ecovac Deebot N79T

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ราคา 5,420 บาท (7 เม.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

N79T มาพร้อมกับโหมดการทำงานหลายแบบ เช่น auto, edge, spot และ single room ให้เลือกได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้คุณยังสามารถดูอายุการใช้งานของแปรงปัดฝุ่นและฟิลเตอร์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ เมื่อมันพบปัญหาดูดสิ่งของขนาดใหญ่เข้าไปติดช่องทำความสะอาด มันก็จะสามารถส่งเสียงเตือน พร้อมกับส่งสัญญาณมาแจ้งที่แอปบนมือถือได้

สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในความเห็นของเราในการลงทุนซื้อ N79T คือ ฟังก์ชั่นในการเลือกวันและเวลาที่คุณต้องการให้มันทำงานโดยอัตโนมัติ ประกอบกับความสะดวกที่สามารถสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนได้ ถึงแม้เราคิดว่ามันจะดียิ่งกว่านี้ถ้ามันสามารถมีเสียงที่เบาและเคลื่อนที่ได้มีประสิทธิภาพกว่านี้

แต่เราเชื่อว่าด้วยราคาราว 7-8.5 พันบาท เมื่อเทียบกับฟังก์ชั่น ความสะดวก และคุณภาพการใช้งานที่ได้ ทำให้มันยังถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่ต้องการทดลองใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่จะมีอายุการใช้งาน 1-3ปี โดยไม่รู้สึกเสียดายเงิน


รุ่นอัพเกรด หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba 980

Roomba 980 ใต้โซฟา

สำหรับคนที่ใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอยู่เป็นประจำและต้องการทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ เราเชื่อว่า Roomba 980 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ดีและคุ้มค่าที่สุด ถึงแม้จะมีราคาค่อนสูงถึงเกือบ 4 หมื่นบาท

การเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากเมื่อ 3-4 ปีก่อนค่อนข้างมาก เนื่องจากในอดีต ในช่วงที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเพิ่งได้รับความนิยมใหม่ ๆ หลายยี่ห้อยังคงใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่แหล่งผลิตจากที่เดียวกัน (เช่น Eufy 11 และ EcoVacs Deebot N79)

แต่ในปัจจุบัน ยี่ห้อชั้นนำส่วนใหญ่ได้พัฒนาและผลิตชิ้นส่วนด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ความแตกต่างระหว่างแต่ละยี่ห้อชัดเจนยิ่งขึ้น

iRobot Roomba เป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ในตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่น และยังคงเป็นแบรนด์ที่หลายคนไว้วางใจ และหนึ่งในหุ่นยนต์รุ่นท็อปที่เว็บไซต์หลายแห่งในต่างประเทศแนะนำ ได้แก่ Roomba 980 ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้มากกว่า Deebot N79T ที่เราแนะนำ คือ คุณภาพในการเคลื่อนที่และทำความสะอาดที่ดีกว่า

UPGRADE PICK iRobot Roomba 980

iRobot Roomba 980

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นอัพเกรดสำหรับพื้นที่กว้างขึ้น

ราคา 38,900 บาท (7 เม.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

นอกจากความสามารถในการดูดฝุ่นด้วยความแรง 1700 pa ซึ่งการทดสอบของเว็บไซต์ Robotics Review ระบุว่าทำได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ แล้ว อายุแบตเตอรี่ที่นานถึง 2 ชั่วโมงยังทำให้มันไม่ต้องหยุดพักบ่อย ๆ

นอกจากนี้ เช่นเดียวกับเครื่องรุ่นใหม่ ๆ iRobot Roomba 980 สามารถจดจำพื้นที่ที่ทำความสะอาดไปแล้วได้ ทำให้มันสามารถเคลื่อนกลับไปชาร์จไฟและกลับมาทำงานต่อได้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ต้องเริ่มงานใหม่ทั้งหมด

รีวิวของเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ในต่างประเทศหลายแห่ง ยกให้ Roomba 980 เป็นรุ่นที่ดีที่สุด ด้วยประสิทธิภาพในการทำความสะอาด และความคงทนที่สามารถใช้งานได้ดีกว่า นอกจากนี้มันยังมีโอกาสเดินติดขัดน้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ ในการทดสอบของหลายเว็บไซต์รวมทั้งผู้ใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุนนี้บน Pantip

ข้อดีที่สำคัญ คือ Roomba 980 นั้นเคลื่อนที่อย่าง “ฉลาดกว่า” รุ่นอื่น ๆ

หากคุณสังเกตวิธีการเดินของ Roomba 980 คุณจะพบว่ามันเคลื่อนที่อย่าง “มีเหตุมีผล” กว่ารุ่นที่ถูกกว่า นั่นเป็นเพราะมันมี กล้องบนตัวเครื่องที่ส่องขึ้นบนเพดาน ประกอบกับเซนเซอร์แบบออปติคัลสอดส่องพื้นที่ ซึ่งช่วยกันแมปพื้นที่ที่มันกำลังทำความสะอาดอยู่ นั่นทำให้มันรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนของห้อง และบริเวณไหนบ้างที่มันได้ทำความสะอาดไปแล้ว เพื่อไม่ให้วนไปทำความสะอาดซ้ำที่เดิม

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba 980

ระบบที่ว่านี้ทำให้มันสามารถทำความสะอาดบ้านทั้งชั้นได้อย่างมีระบบระเบียบ นอกจากนี้ หากแบตเตอรี่หมดระหว่างทำความสะอาด มันยังสามารถกลับมาชาร์จไฟด้วยตัวเอง ก่อนจะกลับไปทำความสะอาดต่อนจุดที่ยังไม่ไปไม่ถึง

Roomba 980 เคลื่อนที่ด้วยระบบที่เรียกว่า Bump and track mapping คือการเคลื่อนที่พร้อมกับจดจำเส้นทางไปด้วย ซึ่งแตกต่างจากระบบ bump-and-run ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วไปซึ่งเป็นการเปลี่ยนทิศทางหลังจากเจอจุดที่ไปต่อไม่ได้ ทำให้มันมีความฉลาดในการทำงานมากกว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วไปในการเคลื่อนที่ ซึ่งจะเห็นได้ชัดในการทำความสะอาดที่มีพื้นที่กว้างได้อย่างครบถ้วนและรวดเร็วกว่า

รีวิวของเว็บไซต์ Trusted Reviews ยังระบุด้วยว่า ถ้าแม้หุ่นยนต์หลายรุ่นจะสามารถแมปเส้นทางเดินได้ แต่ Roomba 980 เป็นรุ่นที่เคลื่อนที่ได้ติดขัดน้อยกว่ารุ่นอื่น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะซอฟต์แวร์และล้อที่ออกแบบมาให้ป้องกันการติดพันกับเศษเส้นใยต่าง ๆ

เช่นเดียวกับโมเดลรุ่นพรีเมียมหลาย ๆ รุ่น Roomba 980 มีแรงดูดที่แรงกว่าเครื่องรุ่นเล็กอย่างมาก นอกจากนี้ยังสามารถเก็บฝุ่นได้อย่างดีภายในการเคลื่อนผ่านเพียง 1 ครั้ง ต่างจากหุ่นยนต์รุ่นเล็ก (รวมทั้ง Deebot N78s) ซึ่งมักจะปัดเศษฝุ่นบางส่วนกระจายและต้องวนมาเก็บซ้ำหลายรอบกว่าจะหมด

นอกจากนี้ มันยังเก็บกวาดฝุ่นได้มากกว่าเครื่องที่มีราคาถูกหลายรุ่น ข้อดีที่สำคัญอย่างหนึ่งของ Roomba คือมันขึ้นชื่อในเรื่องความทนและอะไหล่ที่สามารถถอดเปลี่ยนหรือซ่อมได้สะดวกหลายยี่ห้อ นั่นทำให้อายุการใช้งานนานขึ้นด้วย

เมื่อเทียบกับ Roomba รุ่นที่เล็กกว่า อาทิ 690 โมเดลรุ่น Roomba 980 สามารถปรับแต่งการทำงานผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน บล็อกพื้นที่การทำงานด้วย virtual wall marker และสั่งการด้วยเสียงได้ และยังสามารถตั้งค่าการทำความสะอาดได้ละเอียดขึ้น

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้มันเคลื่อนที่เก็บกวาดบริเวณเดิม 1 หรือ 2 ครั้งในแต่ละรอบ หรือแม้แต่กำหนดให้มันตั้งใจทำความสะอาดบริเวณขอบของห้องเป็นพิเศษ นอกจากนี้ หลังทำความสะอาดเสร็จ คุณยังสามารถเลือกให้มันแสดงว่าส่วนไหนของห้องที่พบเศษผงมากที่สุดได้อีกด้วย

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roomba

ข้อเสียที่อย่างหนึ่งในความเห็นของทีมงานรุ่นไหนดี คือ ราคา โดยเฉพาะในไทยที่สูงถึงราว 40,000 บาท (จากประมาณ 900 เหรียญสหรัฐ) นอกจากนี้ มันยังไม่สามารถทำงานได้ในที่ที่มีแสงน้อย เนื่องจากกล้องของมันไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและมีปัญหาในการเคลื่อนที่ นั่นทำให้มันอาจไม่สามารถปล่อยให้มันทำงานตอนกลางคืนได้ ยกเว้นจะเปิดไฟทิ้งไว้

อย่างไรก็ตาม ในราคานี้คุณจะได้หุ่นยนต์ดูดรุ่นที่มีความสามารถในการทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพสูง แถมยังใช้งานได้สะดวก ง่าย และราบรื่น

OUR PICK Ecovac Deebot N79T

Ecovac Deebot N79T

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่

ราคา 5,420 บาท (7 เม.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada
UPGRADE PICK iRobot Roomba 980

iRobot Roomba 980

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นอัพเกรดสำหรับพื้นที่กว้างขึ้น

ราคา 38,900 บาท (7 เม.ย. 2019)

เช็คราคาบน Lazada

ตัวเลือกอื่น

Xiaomi Mi
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ Xiaomi รุ่นนี้ เป็นอีกรุ่นที่มีความสามารถในการแมปพื้นที่ในการทำความสะอาดได้ในราคาเพียง 1-1.5 หมื่นบาท โดยใช้เลเซอร์นำทางในการเคลื่อนที่หลบสิ่งกีดขวางต่าง ๆ แถมยังทำงานในความมืดได้ดีกว่า Roomba 960 และ 980 ถึงแม้จะมีอายุแบตเตอรี่น้อยกว่าและทำความสะอาดได้ไม่เรียบร้อยเท่าทั้งสองรุ่นนี้ แต่ก็ถือถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกรุ่นหนึ่งหากคุณสามารถหาซื้อพร้อมการรับประกันในประเทศไทยได้

Roomba 690
หนึ่งในหุ่นยนต์รุ่นยอดนิยมของ Roomba รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่หลายเว็บไซต์ในต่างประเทศแนะนำสำหรับการใช้งานขั้นพื้นฐานสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ด้วยราคาในประเทศไทยที่แพงกว่าในต่างประเทศค่อนข้างมามาก เราคิดว่ามันอยู่ก้ำกึ่งระหว่าง Debot N79T และ Roomba 980 ที่เราแนะนำ แต่สำหรับคนที่รับได้กับราคา Roomba 690 ถือเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นคุณภาพที่ใช้งานได้ดีและคงทนรุ่นหนึ่ง

Roomba 960
เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เว็บไซต์ต่างประเทศแนะนำ โดยเฉพาะในด้านความทนทาน มันมีราคาต่ำกว่า 980 ที่เราแนะนำอยู่ราว 2-3 พันบาท แต่มีพลังการดูดและแบตเตอรี่น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าหากคุณสามารถหาซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม Roomba 960 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นกัน

iRobot Roomba e5
หากคุณสนใจ Roomba e5 เราคิดว่าคุณควรเพิ่มเงินอีกสักนิดเพื่ออัพเกรดเป็น 980 ที่เราแนะนำ เพราะถึงแม้มันจะมาพร้อมกับถังเก็บฝุ่นที่ล้างน้ำทำความสะอาดได้ง่าย มีแรงดูดที่สูง การควบคุมผ่านแอป แต่ยังคงใช้ระบบนำทางแบบกึ่ง random และมีราคาที่อยู่ระหว่างสองรุ่นที่เราแนะนำ ซึ่งเราคิดว่ายังไม่ตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานทั้งสองแบบได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม e5 นั้นยังถือเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ใช้งานได้ดีเช่นกัน

Roomba i7+
ในต่างประเทศ Roomba 980 ที่เราแนะนำกำลังถูกทดแทนด้วย Roomba i7+ ซึ่งมาพร้อมกับเสียงที่เบากว่า ถังเก็บฝุ่นที่ล้างน้ำได้ รวมทั้งระบบแมปปิ้งอัจฉริยะรุ่นใหม่ ซึ่งเราคิดว่าหากราคาที่เปิดตัวในไทยไม่แพงกว่าเดิมจนเกินไป i7+ รุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นที่เราแนะนำแทน 980 ในไม่ช้า

Samsung Powerbot R7070
ถึงแม้ Samsung Powerbot R7070 จะโดดเด่นในด้านแรงดูดและการเก็บเศษฝุ่นที่ทำได้ดีกว่าหลาย ๆ รุ่นในการทดสอบของเว็บไซต์ TK รีวิวของหลายเว็บไซต์ระบุว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung มักมีปัญหาในเรื่องของทิศทางการเคลื่อนที่ รวมไปถึงการเดินขึ้นพรมต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้งานในต่างประเทศหลายคนรีวิวว่ามันเป็นการเพิ่มงานในการเก็บพรมเช็ดเท้า และคอยจับตาดูว่ามันจะทำงานได้ราบรื่นหรือไม่

Samsung POWERbot VR9300
ถึงแม้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ Samsung รุ่นนี้จะมีฟังก์ชั่นหลายอย่างใกล้เคียงกับ Roomba 980 ที่เราแนะนำในราคาที่ถูกกว่าเล็กน้อย แต่มันมีข้อด้อยกว่าที่สำคัญอยู่ 2 ประการ ได้แก่ เสียงที่ดังกว่า และรูปทรงที่ค่อนข้างใหญ่เทอะทะกว่ารุ่น (เป็นรุ่นที่มีน้ำหนักมากที่สุดรุ่นหนึ่ง) นั่นทำให้เราคิดว่ามันยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่า Roomba 980


 

กลับขึ้นด้านบน